บ๊อช ชูโซลูชันการขับเคลื่อนที่ครบวงจร จากระบบยานยนต์แบบ บูรณาการสู่บริการวิเคราะห์ข้อมูลและขยายสู่ระดับอุตสาหกรรม
บูธบ๊อชในงาน Mobility Tech Asia Bangkok 2026 แสดงนวัตกรรมครบวงจร
- แสดงการบูรณาการโซลูชันด้านการคมนาคมขนส่งผสานรวมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ระบบยานยนต์อัจฉริยะ การใช้พลังงานไฟฟ้า ไปจนถึงบริการเชื่อมต่อและความสามารถในการขยายขนาดในระดับอุตสาหกรรม
- ยกระดับการสัญจรให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของยานพาหนะด้วยระบบที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์และบริการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิต
- เน้นย้ำบทบาทของวิศวกรรมและการผลิตในการแปลงนวัตกรรมไปสู่การใช้งานจริงที่สามารถขยายขนาดได้ โดยอาศัยความร่วมมือของระบบนิเวศ
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ในอดีต ประสบการณ์การขับขี่ถูกกำหนดโดยฮาร์ดแวร์เป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน ซอฟต์แวร์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดสมรรถนะ การปรับแต่ง และการตอบสนองของยานยนต์กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้งาน ผู้ขับขี่จำนวนมากในปัจจุบันคาดหวังให้รถยนต์สามารถเชื่อมต่อเข้ากับชีวิตดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมด้วยคุณสมบัติที่พัฒนาและปรับเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ โดยสถาปัตยกรรม E/E ที่เกิดขึ้นได้จริงจากการเปลี่ยนโครงสร้างระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ให้เป็นแบบศูนย์รวมและข้ามขอบเขตการทำงาน ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ แต่ยังพลิกโฉมแนวทางการพัฒนาและการส่งมอบโซลูชันการคมนาคมขนส่งอีกด้วย
ปัจจุบัน การสัญจรไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเทคโนโลยีแบบแยกชิ้นส่วนอีกต่อไป แต่ผสานการทำงานร่วมกันกับซอฟต์แวร์ ระบบไฟฟ้า และการเชื่อมต่อ ซึ่งช่วยกำหนดสมรรถนะของยานยนต์ มูลค่าตลอดวงจรชีวิต และความสามารถในการต่อยอดเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ศักยภาพด้านอุตสาหกรรมกลายเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากนวัตกรรมในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานและขยายสู่ระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในงาน บ๊อช ได้นำเสนอการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างชัดเจน โดยการเชื่อมโยงเทคโนโลยีที่มีผลต่อการตอบสนองของยานพาหนะ ประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังและวิธีการบำรุงรักษายานยนต์ในระยะยาว

“โซลูชันการขนส่งคมนาคมถูกกำหนดโดยการผสานกันระหว่างซอฟต์แวร์ ระบบพลังงานไฟฟ้า บริการเชื่อมต่อ และศักยภาพด้านการผลิต” มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าว “ที่ บ๊อช เราเปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริง โดยเชื่อมโยงระบบยานยนต์ บริการ และศักยภาพการผลิต เพื่อส่งมอบโซลูชันการขับเคลื่อนที่น่าเชื่อถือและสามารถต่อยอดการใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมจริง”
ยกระดับการเดินทางให้เหนือกว่าแค่การขับขี่รถยนต์แต่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ที่ Bosch Experience Zone ก้าวล้ำไปอีกขั้นจากแนวคิดสู่การใช้งานจริง แสดงให้เห็นการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยียานยนต์ การบริการเชื่อมต่อ และศักยภาพด้านการผลิตที่สามารถดำเนินธุรกิจได้มาปรับใช้สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน
ยานยนต์ยุคใหม่ถูกคาดหวังให้รับรู้และตอบสนองได้แบบเรียลไทม์ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ผสานกับระบบจัดการการเคลื่อนที่ของยานพาหนะ ช่วยให้รถยนต์ สามารถประมวลผลสภาพแวดล้อมและตอบสนองได้อย่างเหมาะสม รองรับฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การรักษาช่องทางการเดินรถ การเบรก การควบคุมทิศทาง และการควบคุมการเคลื่อนที่อย่างแม่นยำ ระบบเหล่านี้สะท้อนว่าความอัจฉริยะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งอีกต่อไป แต่ถูกผสานรวมไว้ทั่วทั้งยานยนต์ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงสมรรถนะที่สม่ำเสมอและตอบสนองแบบเรียลไทม์
ขณะเดียวกัน ความปลอดภัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในตัวรถอีกต่อไป โซลูชันด้านความปลอดภัยที่เชื่อมต่อกัน เช่น ระบบโทรฉุกเฉินหรือ eCall ขยายขีดความสามารถออกไปนอกเหนือระบบภายในรถยนต์ โดยเมื่อเกิดเหตุ ระบบจะส่งข้อมูลตำแหน่งรถและรายละเอียดเหตุการณ์ไปยังหน่วยบริการฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้รวดเร็วยิ่งขึ้น บริการนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Bosch Service Solutions ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในปัจจุบันโซลูชันด้านความปลอดภัยสำคัญได้รับการส่งมอบผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อมากกว่าการพึ่งพาฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว
การทำงานร่วมกันระหว่างระบบอัจฉริยะในยานยนต์และบริการเชื่อมต่อ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญว่า สมรรถนะด้านการคมนาคมไม่ได้ถูกกำหนดจากจุดใดจุดหนึ่งอีกต่อไป แต่เกิดจากทั้งระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด

ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบบูรณาการ
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ายังคงเป็นประเด็นสำคัญทั่วภูมิภาคอาเซียน แรงสนับสนุนจากนโยบายและความต้องการของตลาดจึงเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยเหตุนี้ Bosch’s eAxle จึงได้ควบรวมมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบควบคุมและแปลงพลังงานไฟฟ้าและระบบเกียร์ เข้าไว้ในชุดอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดเพียงชุดเดียว ช่วยลดความซับซ้อนของระบบส่งกำลัง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะของระบบให้ดียิ่งขึ้น เมื่อนำมาผสานเข้ากับระบบจัดการแบตเตอรี่และระบบจัดการพลังงานความร้อน แนวทางแบบบูรณาการนี้ช่วยให้สามารถควบคุมการจ่ายพลังงาน อุณหภูมิ และแสดงสถานะสุขภาพของแบตเตอรี่ได้อย่างแม่นยำ ทำให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอภายใต้สภาวะการขับขี่จริงในชีวิตประจำวัน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวรองรับการปรับแต่งระบบขับเคลื่อนให้เข้าได้กับยานยนต์ในหลากหลายแพลทฟอร์ม

การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านข้อมูลและบริการตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
การขับเคลื่อนไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อรถยนต์ออกจากโรงงาน แต่สมรรถนะ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการติดตามและการวิเคราะห์ข้อมูลในระยะยาว
เทคโนโลยีการตรวจเช็คและวินิจฉัยระบบรถยนต์ การปรับแต่งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงในรถยนต์ และ Battery in the Cloud ระบบคลาวด์อัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์สุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ป้องกันความเสียหาย และยืดอายุการใช้งาน ช่วยเก็บข้อมูลการใช้งานและส่งไปวิเคราะห์บนระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์ ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ สถานะแบตเตอรี่ และสมรรถนะโดยรวมได้อย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และสามารถดำเนินการแก้ไขได้ก่อนเกิดความเสียหาย จากเดิมที่ต้องซ่อมบำรุงเมื่อเกิดปัญหา ระบบจึงเปลี่ยนไปสู่การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์และการวินิจฉัยผ่านระบบทางไกล ช่วยลดระยะเวลาที่ต้องหยุดการใช้งานรถยนต์และเพิ่มความน่าเชื่อถือตลอดอายุการใช้งาน การเปลี่ยนผ่านรูปแบบการเดินทางจากผลิตภัณฑ์ที่ซื้อครั้งเดียวจบ สู่ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามสถานะ อัปเดตซอฟต์แวร์ และได้รับการดูแลบำรุงรักษายานพาหนะตลอดอายุการใช้งาน
จากนวัตกรรมขยายสู่ระดับอุตสาหกรรม
การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้งานในชีวิตประจำวันนั้นต้องอาศัยปัจจัยที่มากกว่าเพียงแค่การพัฒนาเท่านั้น เมื่อระบบการเดินทางและการคมนาคมมีความซับซ้อนมากขึ้น ความท้าทายจึงอยู่ที่การนำไปใช้ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ น่าเชื่อถือ ความสามารถในการผลิตและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและในปริมาณที่มาก
ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน และ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เยี่ยมชม Bosch Experience Zone ภายในงาน Mobility Tech Asia Bangkok 2026 ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยียานยนต์ บริการเชื่อมต่อ และศักยภาพด้านอุตสาหกรรม ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ระบบการคมนาคมด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าและควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์
การเข้าร่วมงานนิทรรศการของ Bosch สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของอุตสาหกรรมในภาพรวมที่ว่า นวัตกรรมเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ปัจจัยที่สร้างความแตกต่างอีกต่อไป แต่ความท้าทายสำคัญอยู่ที่กระบวนการนำระบบหรือซอฟต์แวร์ใหม่ๆ มาติดตั้งและเปิดใช้งานจริง กล่าวคือ เทคโนโลยีเหล่านั้นจะถูกนำมาใช้งาน ขยายขอบเขต และรักษาความยั่งยืนในทางปฏิบัติได้อย่างไร

“อนาคตของการเดินทางจะถูกกำหนดโดยประสิทธิภาพการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน” มร. โจเซฟ ฮง กล่าวเสริม “เรามุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันที่สามารถใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ ปรับเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา และขยายขอบเขตการใช้งานให้ครอบคลุมตลาดที่หลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ”