SCGC ถอดบทเรียนวิกฤตน้ำเขายายดา เชื่อมป่าต้นน้ำสู่เกษตรปลายน้ำ สร้างระบบจัดการน้ำที่ชุมชนพึ่งพาตัวเอง


บทเรียนจากตำบลแกลง จังหวัดระยอง สะท้อนให้เห็นแนวคิดดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม หลังชุมชนเคยเผชิญวิกฤตภัยแล้งในพื้นที่เขายายดาเมื่อปี 2550 จนส่งผลกระทบทั้งวิถีชีวิตและอาชีพเกษตรกรรม นำไปสู่การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคีเครือข่าย ก่อนพัฒนาต่อยอดเป็น “โมเดล 2 สร้าง 2 เก็บ : เก็บน้ำดี มีน้ำใช้” ที่มุ่งสร้างทั้งคนและกติกา ควบคู่กับการเก็บน้ำและเก็บข้อมูล

วันนี้บทเรียนดังกล่าวกำลังขยายจากพื้นที่ต้นน้ำสู่พื้นที่เกษตรปลายน้ำ ผ่านความร่วมมือระหว่างบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ชุมชนตำบลแกลง และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำด้วยแนวทาง “Water Resilience” ให้ชุมชนไม่ได้เพียงมีน้ำใช้ แต่มีความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนของน้ำ และร่วมกันออกแบบระบบจัดการทรัพยากรน้ำที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เปลี่ยนบทเรียนวิกฤตน้ำเขายายดา สร้างชุมชนรู้ต้นทุนน้ำ วางแผน และรับความเสี่ยง

น้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ

น้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์ และคณะกรรมการสังคมและสิทธิมนุษยชน บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กล่าวว่า การสร้างให้ชุมชนในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และคาดการณ์ถึงปัญหาก่อนที่จะเกิดปัญหา คือหัวใจสำคัญของการแก้วิกฤตน้ำ SCGC จึงได้ถอดบทเรียนร่วมกับชุมชน และภาคีเครือข่าย เกิดเป็น โมเดล ‘2 สร้าง 2 เก็บ’ ได้แก่ สร้างคน ให้ชุมชนมีความรู้และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ สร้างกติกา เพื่อให้มีข้อตกลงการใช้น้ำร่วมกันอย่างเหมาะสม เก็บน้ำ ให้สามารถกักเก็บและกระจายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เก็บข้อมูล เพื่อให้รู้ต้นทุนน้ำและความต้องการใช้น้ำ สามารถนำข้อมูลมาวางแผนและตัดสินใจได้

ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา SCGC ได้ก่อสร้างและซ่อมแซมฝายชะลอน้ำในพื้นที่เขายายดาประมาณ 7,600 ฝาย ซึ่งเป็นฝายลักษณะธรรมชาติที่ใช้วัสดุในพื้นที่ เช่น หิน ไม้ และเศษใบไม้ เพื่อให้ทำหน้าที่ชะลอน้ำและเพิ่มการดูดซึมน้ำลงสู่ใต้ดิน นอกจากการสร้างฝายแล้ว ยังมีการปลูกต้นไม้เสริมเพื่อสร้างความสมบูรณ์ของพืชคลุมดินไปแล้วรวมกว่า 40,000 ต้น

ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ

สสน. ชูข้อมูลและการสร้างคน “รู้ก่อน วางแผนก่อน รับมือก่อน”

ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ

ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความผันผวนของสถานการณ์น้ำรุนแรงขึ้น ทั้งน้ำมากเกินไปจนเกิดอุทกภัย และน้ำน้อยเกินไปจนเกิดภัยแล้ง ทำให้การบริหารจัดการน้ำไม่สามารถรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดวิกฤตได้อีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนสู่การ “รู้ก่อน วางแผนก่อน และรับมือก่อน” โดยมี 3 หัวใจสำคัญ คือ ข้อมูลที่ครบและทันสถานการณ์ การนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ และการสร้างคนให้เข้าใจและใช้ข้อมูลได้จริง

ปัจจุบัน สสน. เชื่อมโยงข้อมูลด้านน้ำจาก 56 หน่วยงาน 13 กระทรวง และ 1 องค์กรอิสระ ผ่านระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติและแพลตฟอร์ม ThaiWater พร้อมพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัด เพื่อให้แต่ละพื้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูล ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้ม และวางแผนจัดการน้ำให้เหมาะกับบริบทของตนเอง

“เป้าหมายไม่ใช่แค่การมีข้อมูล แต่คือการทำให้ข้อมูลถูกนำไปใช้จริง ตั้งแต่การประเมินต้นทุนน้ำและความต้องการใช้น้ำ การจัดทำผังน้ำชุมชน ไปจนถึงการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเปลี่ยนจากการ ‘รอรับมือ’ เป็นการ ‘วางแผนล่วงหน้า’ และสร้างความพร้อมให้ชุมชนสามารถจัดการความเสี่ยงด้านน้ำได้ด้วยตัวเอง” ดร.รอยบุญ กล่าว

บ้านหัวทุ่งต่อยอด “สร้าง เก็บ” เชื่อมข้อมูลคนกลไก

บุญเลิศ อนันตภูมิ

บุญเลิศ อนันตภูมิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแกลง กล่าวว่า บ้านหัวทุ่งเดิมทีเป็นพื้นที่เกษตรที่ต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก เกษตรกรจึงทำนาปีได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำเพียงพอจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว จึงนำแนวทาง ‘2 สร้าง 2 เก็บ’ มาปรับใช้ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ สสน. ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและกระจายน้ำ ซ่อมบำรุงฝายและทำนบ ขุดลอกแก้มลิง รวมถึงจัดทำผังน้ำและเก็บข้อมูลเพื่อวางแผนการใช้น้ำร่วมกัน

“ปัจจุบันมีน้ำเพียงพอสำหรับพื้นที่นาปรังประมาณ 60 ไร่ สนับสนุนพื้นที่เกษตรรวมประมาณ 300 ไร่ และมีผู้ได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำกว่า 90 ครัวเรือน ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูก มีผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่ต้องรอฝน จนวันนี้เราสามารถวางแผนน้ำได้” บุญเลิศ กล่าว

ขณะที่ภาคท้องถิ่นกำลังต่อยอดจากการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชนไปสู่การสร้างระบบในระดับตำบล ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลน้ำในพื้นที่ พัฒนาแผนน้ำตำบล 3 ปี และสร้างเครือข่ายคณะกรรมการน้ำตำบลแกลง เพื่อให้ชุมชนมีทั้งข้อมูล คน และกลไกในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถนำข้อมูลและแผนงานไปต่อยอดในอนาคต

หนุนผลผลิตเกษตรกว่า 79 ล้านกิโลกรัมต่อปี ต่อยอดแปรรูปท่องเที่ยวเชิงเกษตร

การดำเนินงานผ่านการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 28,000 ไร่ โดยดำเนินโครงการร่วมกับชุมชน หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการซ่อมและสร้างฝายชะลอน้ำ สามารถช่วยชะลอการไหลของน้ำ เพิ่มการซึมลงสู่ดิน และรักษาความชุ่มชื้นในพื้นที่ โดยผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องทำให้ป่าต้นน้ำเขายายดาสามารถมีผลผลิตน้ำท่าในลำธารกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งจากข้อมูลการศึกษาต่อเนื่องพบพรรณไม้ 120 ชนิด และสัตว์ป่า 123 ชนิด

นอกจากนี้ยังช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 2.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ จากการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและสร้างผลลัพธ์ที่มากกว่าการมีน้ำใช้ ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับสวนผลไม้และพื้นที่เกษตรรอบเขายายดา โดยมีผลผลิตทางการเกษตรรวมกว่า 79 ล้านกิโลกรัมต่อปี พร้อมต่อยอดสู่การแปรรูปสินค้า วิสาหกิจชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร