ซันโทรี่ผนึกภาครัฐ สานต่อโครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” ปลูกฝังเยาวชนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง


ในปีที่ผ่านมา “กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดเฉลี่ยราว 9,500 ตันต่อวัน และคาดว่าในปีนี้จะลดลงเหลือประมาณ 9,200 ตันต่อวัน จากการขับเคลื่อนนโยบาย “บ้านนี้ไม่เทรวม” ซึ่งมีประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY แล้วมากกว่า 1 ล้านราย โดยตั้งเป้าลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดลงราว 5% เมื่อเทียบกับปี 2568” ข้อมูลจากรองปลัดกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม และการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษาก็นับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการจัดการขยะเช่นกัน

ขณะที่ปริมาณขยะของกรุงเทพมหานครยังอยู่ในระดับสูง การผลักดันการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จึงผนึกกำลังกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” (Triple B: BRAND’S Bring Back) ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางในสถานศึกษา และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ พร้อมยกย่องโรงเรียนนำร่องที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบจัดการขยะและจัดตั้งธนาคารขยะอย่างเป็นรูปธรรม

เพียงจิต ศรีประสาธน์

เพียงจิต ศรีประสาธน์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” เกิดจากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ค่านิยม “Giving Back to Society” โดยเล็งเห็นว่าสถานศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกและพฤติกรรมการจัดการขยะที่ถูกต้องแก่เยาวชน จึงร่วมกับกล่องวิเศษริเริ่มโครงการ เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริง และขับเคลื่อนการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นระบบ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ

สำหรับการดำเนินโครงการในปี 2568 ได้สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารขยะในโรงเรียนนำร่อง ผ่านกิจกรรมค่ายอบรม การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการติดตามประเมินผล พร้อมมอบโล่เกียรติยศแก่โรงเรียนนำร่อง 10 แห่งตามระดับผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมอบชุดสื่อการเรียนรู้ด้านการคัดแยกขยะให้แก่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 โรงเรียน และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่นักเรียนกว่า 5,600 คน โดยโรงเรียนที่เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนกิจกรรมค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ ชุดสื่อการเรียนรู้ ทุนสนับสนุนการจัดการขยะ และกิจกรรมประกวดสื่อการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมติดตามและประเมินผลตลอดโครงการ

“ในปีหน้า เราได้เตรียมแผนขยายการดำเนินโครงการฯ ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด โดยจะเริ่มต้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานของบริษัทฯ ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการในโรงเรียนกรุงเทพมหานครที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อขยายผลความสำเร็จจากการดำเนินโครงการ ‘แบรนด์เก็บกลับ’ ในกรุงเทพมหานคร” เพียงจิต กล่าว

ลัดดา ฉายอรุณ

ลัดดา ฉายอรุณ คุณครูโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร หนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับโล่เกียรติยศระดับดีเลิศ กล่าวว่า โรงเรียนได้ยกระดับการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ หลังเข้าร่วม “โครงการแบรนด์เก็บกลับ” โดยเริ่มคัดแยกขยะตั้งแต่ในห้องเรียน ก่อนนำไปสู่จุดคัดแยกกลางของโรงเรียน ขยะรีไซเคิลหลัก ได้แก่ กระดาษและขวดพลาสติก ถูกนำไปจำหน่ายและต่อยอดเป็นงานประดิษฐ์ เช่น กระเป๋าจากฝาขวดพลาสติก สร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านขยะเศษอาหาร โรงเรียนมีปริมาณเฉลี่ยประมาณ 1–2 กิโลกรัมต่อวัน จากนักเรียนราว 200 คน โดยใช้แนวทาง “ตักเท่าที่กิน” เพื่อลดของเสีย และนำเศษอาหารที่เหลือไปหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพใช้ในแปลงผักของโรงเรียน ขณะเดียวกันระบบธนาคารขยะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียนให้เห็นคุณค่าของขยะ สามารถนำขยะรีไซเคิลมาสะสมเป็นรายได้ ส่งเสริมวินัยการคัดแยกและการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง

“ตลอดระยะเวลา 1 ปีของการเข้าร่วมโครงการแบรนด์เก็บกลับ โรงเรียนได้รับทั้งอุปกรณ์สนับสนุน การจัดกิจกรรมค่ายให้ความรู้ และการพัฒนาระบบธนาคารขยะที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นและเข้าใจการจัดการขยะอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดเป็นนวัตกรรมและผลงานของนักเรียน เพื่อเสริมทักษะอาชีพในอนาคต” คุณครูลัดดากล่าว

เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง

เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ภายใต้นโยบาย “ไม่เทรวม” และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมองว่าสถานศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกฝังพฤติกรรมการคัดแยกขยะที่ถูกต้องให้แก่เยาวชนตั้งแต่ระดับต้น โครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” จึงถือเป็นความร่วมมือที่มีบทบาทสำคัญระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุนและเสริมความเข้มแข็งให้ระบบการจัดการขยะของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม

แบรนด์เก็บกลับ

ทั้งนี้ โครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” (Triple B: BRAND’S Bring Back) ประจำปี 2569 เปิดรับสมัครโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569  โดยโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนกิจกรรมค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะและการพัฒนาระบบธนาคารขยะภายในโรงเรียน รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอภายใต้แนวคิด “โรงเรียนเท่ ไม่เทรวม” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมด้านการจัดการขยะของนักเรียน ครู และชุมชนโดยรอบ