กระทรวงดิจิทัลฯ หนุน Asia IoT Business Platform พัฒนาสู่โครงการ Smart City


การพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ของไทย ภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้รับการรับรองจากกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สนับสนุนการจัดงาน Asia IoT Business Platform ครั้งที่ 25 โดยมุ่งเน้นด้าน Smart City ตามนโยบาย Thailand 4.0 Initiatives ที่เกี่ยวกับ Internet of Things (IoT) ขององค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานบริการสาธารณะ

อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย
อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีพิธีเปิดงาน Asia IoT Business Platform โดยมี อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวปาฐกถาว่า “ภาครัฐประเทศไทยมีความพร้อมสำหรับยุคใหม่ของดิจิทัลและให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานดิจิทัลในอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ได้มีโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมนกลยุทธ์ดิจิทัลมาใช้โดยเดินหน้าในจังหวัดเมืองท่องเที่ยวทั้ง 4 ภาค เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี และภูเก็ต เพื่อเป็นแพลตฟอร์มการศึกษาที่สร้างขึ้นโดยอุตสาหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ เข้าใจ และเรียนรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับธุรกิจของตน และเพื่อนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคมเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะด้วยโปรแกรมดิจิทัลด้วย”

ทั้งนี้ งาน Asia IoT Business Platform เป็นการรวมตัวที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งได้จัดแสดงเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลจากบริษัทชั้นนำทั่วโลก รวมไปถึงหน่วยงานราชการ บริษัทโทรคมนาคม และผู้ให้บริการเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อให้องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทยนำเทคโนโลยีดิจิทัลใช้เป็นข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์แบบวิเคราะห์ระดับเชิงลึกและการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน/การผลิต และการนำเครื่องจักรมาใช้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้หน่วยงานในประเทศไทยอยู่ในการตลาดการแข่งขัน และดำเนินการให้สอดคล้องเป็นไปตามการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกับยุทธศาสตร์ชาติ Thailand 4.0

ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของเราคือการส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรท้องถิ่นในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยในท้องถิ่นได้รับโอกาสในการแบ่งปันโครงการที่ดำเนินการอยู่ และเปิดตัวเองให้รู้จักกับกลยุทธ์ดิจิทัล เป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมกับระบบดิจิทัลของเศรษฐกิจในประเทศไทย โดย DEPA ของเราจะเป็นศูนย์กลางในการบริการดิจิทัลเพื่อการเชื่อมโยงพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริมจาก EEC รวมถึงการเชื่อมโยงส่งเสริมพัฒนาคน พันธมิตร ร่วมกับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา ที่ต้องเกิดความร่วมมือกันพัฒนาเมืองให้เป็น Smart City ซึ่งจะเป็นข้อมูลแบบอัจฉริยะ และรวมถึงบริหารจัดการขยะของเมืองเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของเมืองให้น่าอยู่”

ดร.ศุภกร สิทธิไชย
ดร.ศุภกร สิทธิไชย

อิลซ่า สุพับโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Asia IoT Business Platform ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโปรแกรมธุรกิจชั้นนำของเอเชีย กล่าวว่า “ผลการสำรวจจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและเทคโนโลยีของคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่า ในอุตสาหกรรมการผลิตได้ใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ 80% ในขณะที่อุตสาหกรรมค้าปลีกมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพียง 68.2% ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้จะทำให้องค์กรต่างๆ เชื่อมต่อกันด้วยระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และเครื่องมือดิจิทัลอื่นๆ เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความแตกต่างกันไปตามแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งเล็งเห็นว่าประชากรคนไทยเป็นหนึ่งในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความก้าวหน้าที่สุดในด้านการเข้าถึงและความเร็วของอินเทอร์เน็ต โดยอยู่ในอันดับสองรองจากประเทศสิงคโปร์”

อิลซ่า สุพับโต
อิลซ่า สุพับโต

อย่างไรก็ดี Big Data และ AI ถือว่าเป็นสุดยอดเทคโนโลยีที่จะเป็นตัวช่วยดำเนินธุรกิจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการปฏิรูประบบดิจิทัลภายในองค์กร และในส่วนของภาครัฐยังได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งโปรแกรมและเครื่องมือให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานดิจิทัลในอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งเป้าหมายระยะสั้นด้วยการส่งเสริมการรวมระบบดิจิทัลในระดับชาติ และให้โอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับคนไทยตามแผนการพัฒนาระยะยาว 20 ปีอีกด้วย


Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 94 กรกฎาคม-สิงหาคม 2562 คอลัมน์ SMART City โดย กองบรรณาธิการ