นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร…เพื่อก้าวสู่การเป็นสมาร์ทแคมปัส


โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย โรงเรียน ที่เน้นพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิดสมาร์ทแคมปัส ได้พยายามปลูกฝังให้นักเรียนคำนึงถึง การรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิด ประโยชน์มากที่สุด และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผู้บริหารโรงเรียนได้มีแนวคิดในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และสมาร์ทโซลูชั่น ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัยแบบครบวงจรไปจนถึงการบำรุงรักษา โดยได้มอบหมายให้บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เข้ามาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งสมาร์ทโซลูชั่นใน โรงเรียนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียน สู่การเป็นสมาร์ทแคมปัสนั่นเอง

ทยา ทีปสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย เป็นโรงเรียนที่เน้นพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิด สมาร์ทแคมปัส โดยปลูกฝังให้นักเรียนคำนึงถึงการรักษ์ สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งการที่ทางบ้านปูได้เข้ามาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งสมาร์ทซิตี้ โซลูชั่นให้นั้น นอกจากจะช่วยให้โรงเรียนสามารถ เดินหน้าพัฒนาเป็นสมาร์ทแคมปัสอย่างยั่งยืนได้ เร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึง ประโยชน์ของการใช้พลังงานสะอาดผ่านประสบการณ์ จริง และคุ้นชินกับการนำเอาเทคโนโลยีมาส่งเสริมการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน พร้อมยังกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมพลังงานในหมู่คนรุ่นใหม่อีกด้วย”

สมฤดี ชัยมงคล
สมฤดี ชัยมงคล

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชียแปซิฟิก ให้บริการด้านสมาร์ทซิตี้โซลูชั่นให้แก่โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การออกแบบระบบ การเข้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และสมาร์ทโซลูชั่น ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัยแบบครบวงจรไปจนถึงการบำรุงรักษา เพื่อมอบพลังงานสะอาดและสมาร์ทโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียนสู่การเป็นสมาร์ทแคมปัส

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพื่อสานต่อกลยุทธ์ Greener & Smarter ของกลุ่มบ้านปูอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีด้านพลังงานของบ้านปูมุ่งมั่นคัดสรรนวัตกรรมและให้บริการ พลังงานสะอาดในราคาที่เหมาะสม มีความเสถียร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเสนอสมาร์ทซิตี้โซลูชั่นที่ดีที่สุดมาตอบโจทย์ความ ต้องการของลูกค้าที่หลากหลายเพื่อให้คนไทยใน ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ในรูปแบบเฉพาะของประเทศไทยที่ยั่งยืน ประกอบด้วย นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ระบบไมโครกริด ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) ระบบการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System : EMS) รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) และสถานี ประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจ ได้ว่าประเทศไทยจะมีพลังงานสะอาดใช้อย่างยั่งยืน ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการ ให้บริการด้านพลังงานแบบครบวงจร จากหลายประเทศ บ้านปูจึงมั่นใจว่าการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโซลูชั่นเทคโนโลยีด้านพลังงานอื่นๆ ให้กับโรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ จะช่วยส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นหนึ่ง ในต้นแบบสมาร์ทแคมปัสที่มีการใช้งานพลังงานอย่างชาญฉลาด และส่งเสริม การเรียนของเด็กยุคใหม่ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

เฟสแรกบ้านปูติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์รองรับระบบไมโครกริด

คาดว่าภายใน 1 ปี โรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ จะสามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้กว่า 740 ตัน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 43,000 ต้นต่อปี เท่ากับเป็นการลดการใช้น้ำได้กว่า 1.5 ล้านลิตรต่อปี สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 4.3 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลังคาของโรงเรียนและบริเวณลานจอดรถแล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานอื่นๆ เช่น โซลาร์คีออส (Solar Kiosk) ระบบออนและ ออฟกริด ที่ใช้ได้ทั้งไฟบ้านและพลังงานแสงอาทิตย์ และโซลาร์แชร์ (Solar Chair) ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้แบบ 100% ตั้งอยู่บริเวณจุดรับรองผู้ปกครองและแขกของโรงเรียน เพื่อให้สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือ หรือใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่อาจารย์ในการเดินทางภายในโรงเรียนด้วยรถพลังงานไฟฟ้า (EV) คือ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า

ทั้งนี้ บ้านปูมีแผนจะพัฒนาและนำเสนอสมาร์ทซิตี้โซลูชั่นอื่นๆ ให้กับโรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของนักเรียนและครู เพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมแนวคิดสมาร์ทแคมปัสของโรงเรียน และช่วยบริหารจัดการ การใช้พลังงานภายในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในก้าว สำคัญในการผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 92 มีนาคม-เมษายน 2562 คอลัมน์ ENERGY Saving โดย กองบรรณาธิการ