โครงการ “ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย” ปลุกจิตสำนึกคนไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดขยะพิษสู่ท้องทะเล


โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ อาสาเป็นกระบอกเสียง ปลุกจิตสำนึกให้คนไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงระบบนิเวศทางทะเลและช่วยกันลดขยะพิษที่ปล่อยลงสู่ท้องทะเล โดยเปิดตัวโครงการ “ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย” ด้วยการลุยเดี่ยวท้าทายตนเอง “ว่ายน้ำตัวเปล่า ข้าม 12 เกาะ สุราษฎร์- สมุย” ระยะทางรวม 82 กิโลเมตร เริ่มออกสตาร์ท 19 มีนาคมนี้ ทั้งยังชวนเหล่าศิลปินอาสา และชาวบ้านชุมชนใกล้เคียงร่วมกิจกรรมรณรงค์การเก็บขยะและคัดแยกให้ถูกวิธี ในขณะเดียวกันนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม เผย แนวโน้มขยะ Single-use plastic ลดลง เป็นผลพวงมาจากการสร้างจิตสำนึก การออกมาตรการควบคุม และ การรณรงค์อย่างจริงจังของภาครัฐ

ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นภัยร้ายเข้ามาคุกคามสิ่งมีชีวิตบนโลก ซึ่งต้นตอของปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะการปล่อยขยะพิษลงสู่ทะเล ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อระบบนิเวศทางทะเลและส่งผลต่อสัตว์ทะเล ขณะที่ประเทศไทยเองติดอันดับ 6 ของประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลมากที่สุด มีปริมาณมากกว่า 1 ล้านตันในแต่ละปี ดังนั้น โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง ผู้เป็นไอดอลด้านสิ่งแวดล้อมและในฐานะทูตแห่งมหาสมุทรเพื่อความยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก องค์การสหประชาชาติเพื่อมหาสมุทร (UN Ocean Conference)จึงขออาสาเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงสำคัญที่จะปลุกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักให้คนไทยหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างขยะ และรักษาระบบนิเวศทางทะเล กับโครงการใหญ่ที่สุดในชีวิต “ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย” โดยการท้าทายตนเอง “ว่ายน้ำตัวเปล่า ข้าม 12 เกาะ สุราษฎร์ – สมุย” โดยเริ่มต้นจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี บริเวณ ท่าเรือดอนสัก ไปสิ้นสุดจุดหมายปลายทางที่ เกาะสมุย บริเวณฐานทัพเรือ รวมระยะทาง 82 กิโลเมตร เริ่มต้น ว่ายน้ำตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2563 ตั้งเป้าสิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2563 นอกจากนี้ยังได้ชวนเหล่าศิลปินดารา มาร่วมเก็บขยะในชุมชนและริมชายหาดไปพร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกที่น่าอยู่

โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์

โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ กล่าวว่า “จากการที่ตนทำกิจกรรมเก็บรักษ์มาได้กว่า 1 ปี ทำให้เห็นถึงปัญหาของท้องทะเลไทยกำลังถูกทำลาย ซึ่งทะเลคือต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลก แต่ก็เป็นปลายทางของขยะทุกชนิดบนโลกเช่นกัน ถ้าผม จะทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้คนหันมามอง และช่วยกันลดการใช้พลาสติก ทะเลคงเป็นสถานที่ ที่เหมาะสมที่สุดและ กิจกรรมว่ายน้ำในครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงและเป็นกระบอกเสียงหนึ่งที่จะสร้างความตระหนักให้กับทุกคนได้ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลาสติก และตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล เพราะหากเราไม่ร่วมกันแก้ปัญหาที่ว่านี้ท้ายที่สุดแล้วขยะพิษเหล่านี้ก็จะย้อนกลับมากระทบต่อมนุษย์เราทุกคน”

รศ.ดร. สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นถึงปัญหาขยะพลาสติกว่า “ขยะพลาสติกเป็นหนึ่งในตัวปัญหาที่สร้างมลภาวะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่ถูกปล่อยลงสู่ทะเล ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ทะเลเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อคน จากการกินอาหารกลายเป็นพลาสติกสะสมอยู่ในร่างกายและส่งผลต่อสุขภาพตามมา แต่ก็มีเรื่องน่ายินดี เนื่องจากการศึกษาขยะพลาสติกในทะเล และการสำรวจพฤติกรรมการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ที่นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ปี2562 เบื้องต้นพบว่า พฤติกรรมของเมืองมีการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งลดลง โดยการใช้ถุงพลาสติกลดลงเหลือ 1.8 ใบต่อคนต่อวัน จากเดิมเฉลี่ย 3-8 ใบต่อคนต่อวัน ในขณะเดียวกันขยะพลาสติก ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก หลอดพลาสติก หรือแก้วพลาสติก ก็ลดลงด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการสร้างจิตสำนึกและการออกมาตรการควบคุม และการรณรงค์อย่างจริงจังของภาครัฐ”

ผศ.ดร.ธรณ์ ธํารงนาวาสวสัดิ์
ผศ.ดร.ธรณ์ ธํารงนาวาสวสัดิ์

ด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ ธํารงนาวาสวสัดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล กล่าวว่า “ระบบนิเวศทางทะเลต้องการการดูแลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสัตว์ทะเล ดังนั้นการสร้างความตระหนักและปลุกจิตสำนึกให้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ยังคงต้องทำต่อเนื่องและขยายวงกว้างออกไปให้มากขึ้น เพราะยังพบว่าคนในพื้นที่ต่างจังหวัดส่วนใหญ่ยังขาดเครื่องมือสำคัญในการลดปัญหาขยะพลาสติก ดังนั้นกิจกรรมที่ โตโน่ ทำในครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะจะช่วยสร้างจิตสำนึกให้ขยายออกไปในวงกว้างได้มากขึ้น เพราะเราจะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้เลยหากการดำเนินการมาจากนโยบายภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่จะสำเร็จได้ก็เพราะทุกคนร่วมกันมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เพื่อให้สัตว์ทะเลมีบ้านที่ปลอดภัย ระบบนิเวศทางทะเลยังคงอยู่ต่อไป”

ปลุกจิตสำนึกให้คนไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงระบบนิเวศทางทะเลและช่วยกันลดขยะพิษที่ปล่อยลงสู่ท้องทะเล

ทั้งนี้ โครงการ ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย ขอเชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคเงินและสมทบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องมือแพทย์ เพื่อมอบให้กับศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต, ส่วนงานช่วยชีวิตสัตว์ทะเล หายาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง และ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน จังหวัดระยอง รวมไปถึง โรงพยาบาลริมชายฝั่ง โดยสามารถบริจาคผ่านทางบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเพชรบุรีตัดใหม่ ชื่อบัญชี: มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ เพื่อโครงการเทใจ (TRRM FOR TAEJAI) เลขบัญชี 043-272833-9 สามารถติดตามรายละเอียดของโครงการได้ทาง Facebook แฟนเพจ เก็บรักษ์ และทาง Instagram เก็บรักษ์