ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบผันผวน เหตุตลาดกังวล COVID-19 ระบาดระลอก 2 ขณะที่อุปทานมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง


ราคาน้ำมันดิบผันผวน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของโควิด-19 ส่งผลให้อาจมีการยกระดับการปิดเมืองอีกครั้ง ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากการปรับลดกำลังผลิตของกลุ่มโอเปกและพันธมิตร และการอาสาลดกำลังผลิตของซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวต นอกเหนือจากข้อตกลงที่ให้ไว้ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 37-42 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนด์เคลื่อนไหวที่กรอบ 39-44 ดอลลาร์/บาร์เรล

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้มีความผันผวน เหตุจากตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัส COVID-19 โดยเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ปรับสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา และจีน ส่งผลทำให้มีการยกระดับการล็อคดาวน์อีกครั้ง ขณะที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการการล็อคดาวน์ อย่างไรก็ตามตลาดยังได้รับแรงหนุนจาการปรับลดกำลังการผลิตจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตร ที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และการอาสาลดกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบีย ที่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ระดับ 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคูเวต ที่ระดับ 0.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนมิถุนายน 63 นอกเหนือจากข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ก่อนหน้านี้

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (22 –26 มิ.ย. 63)
ที่มา: Weekly Oil Market Outlook – Thai Oil Public Company Limited

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

  • การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯ และจีนอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันอีกครั้ง ล่าสุดจีนรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเมืองปักกิ่ง ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 137 ราย ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการยกระดับมาตรการปิดเมือง เช่น การยกเลิกเที่ยวบิน การปิดโรงเรียน หรือแม้กระทั่งการควบคุมการผ่านเข้าออกในพื้นที่ ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ เองก็ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 25,000 ราย หลังทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯ มีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง
  • ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะยังคงหดตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เจอโรม พาวเวลล์ กล่าวเตือนว่า เศรษฐกิจในสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับสภาวะถดถอย ซึ่งมีความไม่แน่นอนว่าจะมีผลกระทบที่รุนแรงหรือยาวนานมากน้อยเพียงใด
  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง สู่ระดับ 539 ล้านบาร์เรล จากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดิอาระเบียที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม การผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ในเดือน ก.ค. 63 คาดว่าจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 7.63 ล้านบาร์เรลต่อวัน และส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ โดยรวมในปี 2563 จะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 11.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จาก 12.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปีแล้ว
  • รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยืนยันในการให้ความร่วมมือลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบตามข้อตกลงของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร โดยประเทศที่เคยปรับลดกำลังการผลิตน้อยกว่าข้อตกลงจะปรับลดเพิ่มเติมชดเชยให้ถึงระดับที่ตกลง
  • สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้ขึ้น 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากคาดการณ์เมื่อเดือน พ.ค. 63 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าอุปสงค์จะหดตัวที่ระดับ 8.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเห็นทิศทางบริโภคน้ำมันที่สูงขึ้นหลังจากมาตรการปิดเมืองเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ยังคงมองว่าอุปสงค์น้ำมันจะยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเท่ากับระดับก่อนช่วงเกิดการแพร่ระบาดจนกว่าจะถึงปี 2565
  • Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 12 มิ.ย. 63 ปรับลดลง 7 แท่น สู่ระดับ 199 แท่น ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 52
  • เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อยูโรโซน เดือน มิ.ย. 63 รายงานจำนวนคนยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสหรัฐฯ ไตรมาสที่ 1

ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น คาดส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 37-42 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนด์เคลื่อนไหวที่กรอบ 39-44 ดอลลาร์/บาร์เรล


Source: บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่22 มิถุนายน 2563