โกลบอลกรีนเคมิคอล และ ที.ซี.ฟาร์มาซูนิคอลฯ สองบริษัทรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว มุ่งผลิตสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ผลประกอบการของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวไว้ 5 ระดับ ที่ผ่านเกณฑ์จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมในแต่ละปีนั้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตื่นตัวพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนับว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อ ชุมชน สังคม และดำเนินธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรจากภายในสู่ภายนอก

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เป็นผู้ประกอบการที่เข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด (Green Industry) ในงานรับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปี 2562 ที่ผ่านมา โดยบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอลฯ ได้รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นในระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยรางวัลดังกล่าว คือ การขยายขอบเขตการเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวจากภายในองค์กรสู่ภายนอก ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยสนับสนุนให้คู่ค้าและพันธมิตรเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวด้วย

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC

นอกจากนี้ ทางบริษัทได้จัดกิจกรรม CSR ที่จะมอบหมายให้พนักงานลงพื้นที่ ทำกิจกรรมการคัดแยกขยะ ร่วมกับชุมชน มูลนิธิที่มีแนวคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการเข้าไปให้ความรู้และส่งเสริม เสริมสร้างความรู้ให้กับชุมชน เพื่อให้เกิดเป็นรัฐวิสาหกิจชุมชนด้านการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน ให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ที่สำคัญก็ได้ปลูกฝังเด็ก ๆ เยาวชนไทย ให้ตระหนักถึงการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อช่วยสัตว์น้ำไม่ได้ได้รับผลกระทบจากพลาสติกเพื่อลดปัญหาขยะพลาสติก และสิ่งแวดล้อมในชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่มีกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ทางบริษัทจะมีการเชิญชวนกลุ่มโรงงานที่เป็นคู่ค่า ที่ทำเกี่ยวกับการรีไซเคิล หรือขยะรีไซเคิล ที่สามารถผลิตเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และทางบริษัทก็ขยายออกไปยังสถานที่อื่น ๆ เช่น วัดวาอาราม ก็จะผลิตจีวรที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ หรือวัสดุรีไซเคิล

นิคม เกษมปุระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมของไทยและเป็น Green Flagship ของกลุ่ม GC GGC บริษัทเราจึงมุ่งมั่นรักษาความเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวตลอดสายการผลิต ตั้งแต่การเริ่มต้นออกแบบโครงสร้างโรงงาน แหล่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ตลอดจนการนำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์ พร้อมกับปลูกฝังค่านิยมนี้ให้เกิดขึ้นในใจพนักงาน และขยายไปยังคู่ค้า ให้มุ่งมั่นรักษามาตรฐานแห่งคุณภาพนี้ไว้ เพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไทยในอนาคต ดังนั้น ด้วยแนวทางนโยบายของบริษัทฯ การดูแลรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดนโยบายเป็น 2 แนวทาง คือ 1.เริ่มจากการวางนโยบายองค์กรไปสู่พนักงานให้นำไปสู่การปฏิบัติ และพนักงานเองก็เป็นตัวอย่างที่ดี และจากนั้นพนักงานก็จะชักชวนคนรอบข้างให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำหัวใจสีเขียวกลับไปสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมใหญ่ และ 2. ในระดับของบริษัท องค์กร ผู้บริหารก็จะกำหนดกลยุทธ์แนวทางส่งเสริมที่มีระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมกับเชิญหน่วยงานกลางเข้ามาร่วมตรวจสอบ ซึ่งกลุ่มโรงงานในเครือของบริษัท มีทั้งหมด 15 โรงงาน ที่เข้าสู่ระบบกระบวนการอุตสาหกรรมสีเขียว ดังนั้น GGC จึงได้นำนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นกลยุทธ์ขององค์กรที่เป็นลักษณะของความยั่งยืนเรื่อยมา”

บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูนิคอล อุตสาหกรรม จำกัด

ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) คือ การที่ทุกคนในองค์กรมีจิตสำนึกร่วมกันในการสงวนและรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดีและให้ความร่วมมือร่วมใจในทุกด้านของการประกอบกิจการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและดำเนินการต่าง ๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรงงานที่ได้รางวัลระดับ 4 ในงานรับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปี 2562 ด้วย นั่นก็คือ บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูนิคอล อุตสาหกรรม จำกัด โดย กัณพงษ์ พงษ์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยและอาชีวะอนามัย บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูนิคอล อุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า “บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูนิคอลฯ ยึดมั่นหัวใจสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีแนวนโยบายด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม และจัดกิจกรรม CSR ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ให้กับภาคส่วนอื่น ๆ และสังคม รวมทั้งชุมชน เพื่อให้เกิดการความร่วมมือร่วมใจกันรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กับบริษัท และสิ่งที่บริษัทต้องขับเคลื่อนมุ่งเดินหน้าต่อไปคือการพัฒนาด้านผลิตสินค้าที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกระบวนการผลิตสินค้านั้นจะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อมลภาวะทางอากาศ รวมไปถึงเรื่องของการไม่ปล่อยน้ำเสียลงสู่ชุมชน โดยบริษัทของเราจะมีเทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียในโรงงานที่สามารถบำบัดน้ำเสียนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนปัญหาขยะ บริษัทก็จะร่วมลงนามกับหน่วยงานที่รับกำจัดขยะโดยตรง พร้อมกับปฏิบัติตามกฎหมายและการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดด้วยครับ”

นี่คือโรงงานอุตสาหกรรมสีเขียว เพียง 2 บริษัท ที่ยกตัวอย่างมาเพื่อให้เห็นแนวทางการพัฒนาจนสามารถยกระดับเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวในระดับสูงที่สุดของการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้ยึดมั่นในการประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับโรงงานอื่น ๆ ที่ยังคงพัฒนาตั้งแต่อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 1 2 และ 3 เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงงานต่าง ๆ เกิดแรงกระตุ้นในการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป