ชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ นำร่องสู่ความเป็นกลางด้านคาร์บอน ด้วยการทำให้อาคารทั้ง 13 แห่ง “ปลอดคาร์บอน”


อาคารทั้ง 13 แห่งของกลุ่มชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ ตั้งอยู่ในประเทศจีน ยุโรป และอเมริกาเหนือ มุ่งสู่การเป็นอาคารปลอดคาร์บอนทั้งหมด ช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถดำเนินงานโดยลดการปล่อยคาร์บอนได้ สอดคล้องตามข้อมูล World Green Building Council ที่ว่าอาคารปลอดคาร์บอนเป็นอาคารที่ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานสูง และขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน

การที่อาคารทั้ง 13 แห่งของชไนเดอร์ปลอดคาร์บอน” แสดงให้เห็นว่า EcoStruxure ช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถดำเนินงานโดยลดการปล่อยคาร์บอนได้ ซึ่งสอดคล้องตามข้อมูล World Green Building Council ที่ว่าอาคารปลอดคาร์บอนเป็นอาคารที่ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานสูง และขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน เพื่อบรรลุการดำเนินงานแบบปลอดคาร์บอน โดย บริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ เข้าร่วมเป็นกรรมการ Regional Chamber ของ WorldGBC ในเอเชียแปซิฟิกที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562
จุดมุ่งหมายของ บริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) คือการลดการปล่อยคาร์บอนฯ ในการดำเนินงานให้ได้มากที่สุด ตามด้วยการดำเนินรอยตามแนวทาง 1.5°C ที่สอดคล้องกับเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Science-Based Targets) โดยในเวลาแค่เพียงปีเดียว ชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ได้มากถึง 130,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นอัตราลดลงที่ 22 เปอร์เซ็นต์ (ในปี 2561 เมื่อเทียบกับปี 2560) และในเดือนตุลาคม 2562 อาคารทั้ง 13 แห่งของกลุ่มธุรกิจชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ นั้น ก็เป็นอาคารปลอดคาร์บอน จากการที่นำ EcoStruxure และโซลูชันบริหารจัดการพลังงานผ่านระบบดิจิทัลของชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ มาใช้ในการดำเนินงานปลอดคาร์บอน ด้วยอาคารที่มีการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน

อาคารปลอดคาร์บอน

ทั้งนี้ จากการลงนามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ในเดือนธันวาคม ปี 2558 การต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ก็กลายเป็นเสมือนการแข่งขันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เร็วพอที่จะหยุดไม่ให้ภูมิอากาศทั่วโลกสูงขึ้น ภาคก่อสร้างและอาคารมีบทบาทสำคัญต่อการปฏิรูปเพื่อเปลี่ยนแปลงเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกถึง 30 เปอร์เซ็นต์ สอดคล้องตามข้อมูลจากโครงการ Advanced Net Zero ของ World Green Building Council (WorldGBC) ที่ว่าบรรดาอาคารต่าง ๆ ในปัจจุบัน ต้องมีการปรับปรุงใหม่อย่างเร่งด่วนเพื่อเข้าสู่มาตรฐานการปลอดคาร์บอน เพื่อที่อาคารทั้งหมดเหล่านี้ จะสามารถดำเนินการโดยปลอดคาร์บอนภายในปี 2050 หรือปี 2593 นั่นเอง

ชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ ได้ยึดถือตามคำจำกัดความ “อาคารปลอดคาร์บอน” (Net Zero Carbon Buildings) ของ WorldGBC ซึ่งอาคารปลอดคาร์บอน คือ อาคารที่มีประสิทธิภาพสูงด้านการจัดการพลังงาน และใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มรูปทั้งในและนอกไซต์งาน เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ในการดำเนินงานแต่ละปี สำหรับในเดือนตุลาคม 2562 อาคารทั้ง 13 แห่งของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ก็กลายเป็นอาคารปลอดคาร์บอนทั้งหมด โดยตั้งอยู่ในประเทศจีน ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยอาคารเหล่านี้มีการบริหารจัดการพลังงานผ่านระบบดิจิทัลโดยใช้ EcoStruxure Power และ EcoStruxure Building เพื่อช่วยประหยัดพลังงานในทุกปี โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยให้ทั่วโลกประหยัดพลังงานได้มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ที่เริ่มโปรแกรมสร้างประสิทธิภาพพลังงาน (Schneider Energy Action energy efficiency program) นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม 2562 การดำเนินงาน 45 เปอร์เซ็นต์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าหมุนเวียน

อาคารปลอดคาร์บอน

ซาเวียร์ ฮูท รองประธานอาวุโสฝ่าย Global Safety, Environment, Real Estate ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ กล่าวว่า “ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ เราต้องการนำพา และปรับเปลี่ยนไปสู่ภาพรวมด้านพลังงานแห่งอนาคต ไซต์งานของเราให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานในแต่ละปี ซึ่งหลายแห่งผลิตพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนได้เอง และในบางกรณียังรวมถึงไมโครกริด และการกักเก็บพลังงานเอง ซึ่งนวัตกรรมปลอดคาร์บอนสามารถทำได้โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในปัจจุบัน และให้ประโยชน์ในแง่เศรษฐกิจ ไซต์งานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการนำระบบบริหารจัดการพลังงานผ่านระบบดิจิทัลพร้อมสถาปัตยกรรม และแพลตฟอร์ม EcoStruxure ของเรามาใช้งานจริง”

ทอมมี่ เหลียง ประธานประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและญี่ปุ่น กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมเป็นกรรมการของ Asia-Pacific Chamber ของ World Green Building Council เราสนับสนุนเป้าหมายของ WorldGBC ในการเปลี่ยนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดีขี้น ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น และให้ความยั่งยืนยิ่งขึ้น อาคารต่าง ๆ มีศักยภาพมหาศาลในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลก ด้วยการออกแบบอาคารใหม่ทุกหลังรวมถึงการปรับปรุงอาคารเก่าโดยคำนึงถึงอนาคตเป็นหลัก”

อย่างไรก็ดี ในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ อาศัยความเชี่ยวชาญของทีมงานที่ปรึกษาในส่วนบริการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน Energy Sustainability Services (ESS) ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์มาช่วยในการมุ่งสู่จุดหมายเรื่องประสิทธิภาพด้านพลังงานและพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากชไนเดอร์ อิเล็คทริคฯ เข้าร่วมเป็นกรรมการ Reginal Chamber ของ World Green Building Council (WorldGBC) ในเอเชียแปซิฟิก