BE Petrothai Group เดินหน้าสู่บทบาทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านระบบและอุปกรณ์โรงงาน ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การจัดหา การดูแลและซ่อมบำรุง ไปจนถึงการปรับปรุงระบบ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานภายใต้แนวคิด Valued Engineering พร้อมนำองค์ความรู้ทางวิศวกรรมที่สั่งสมและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Intelligence) มาพัฒนาโครงสร้างข้อมูลสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้า เพื่อช่วยบริหารจัดการใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
- ความปลอดภัย — จัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์ตามระดับความเสี่ยง
- คุณภาพและความน่าเชื่อถือ — ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและอุปกรณ์
- เวลา — ลดโอกาสหยุดกระบวนการผลิตทั้งโรงงานโดยไม่คาดคิด (Unplanned Shutdown)
- ต้นทุน — ลดความเสี่ยงจากงบประมาณที่บานปลาย
ความสำเร็จในวันนี้จึงไม่ควรวัดจากการลดต้นทุนหรือ KPI ระยะสั้นของโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ควรครอบคลุมถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน ความปลอดภัย ตลอดจนการตัดสินใจที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

คุณตาม จำนงค์อาษา ผู้บริหาร BE Petrothai Group กล่าวว่า
กลุ่มบริษัทมุ่งขับเคลื่อน ESG ด้วยเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน
- Environmental: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านเทคโนโลยีและโซลูชัน เช่น ระบบนำพลังงานกลับมาใช้ประโยชน์ด้วย Organic Rankine Cycle (ORC) และ PROFLUX® ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการกลั่น ลดการใช้พลังงานและต้นทุน ตลอดจนยืดอายุการใช้งาน
- Social & Safety: ยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาว ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยลดควัน แสง เสียง และผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ เช่น หอเผาทิ้งแบบปิด (Enclosed Ground Flare: EGF) และ XP Flare ซึ่งช่วยลดการใช้ไอน้ำในโหมด Standby และสามารถลดควันในกระบวนการผลิตได้ 40–60%
- Governance: สนับสนุนระบบการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ภายใต้เจตนารมณ์การเป็นพลเมืองโลกที่ดี (Good Global Citizen) พร้อมดำเนินงานตามมาตรฐานสากลและแนวทางต่อต้านการทุจริตที่เกี่ยวข้อง เช่น TRACE และแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)