BGRIM เผยสถาบันการเงินชั้นนำ 5 แห่งสนับสนุนงบลงทุน 40,000 ล้านบาท สร้างโรงไฟฟ้าเพื่ออุตสาหกรรม 7 โครงการขนาด 980 เมกะวัตต์


BGRIM ฉลองความสำเร็จเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้าเพื่อการอุตสาหกรรม 7 โครงการ กำลังการผลิต 980 เมกะวัตต์ ด้วยงบลงทุน 4 หมื่นล้านบาท พร้อมได้รับการสนับสนุนจาก 5 สถาบันการเงินชั้นนำ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าประเทศไทย (EXIM BANK) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารออมสิน ร่วมกับ 2 บริษัทชั้นนำด้านการก่อสร้างได้แก่ บริษัท ซีเมนส์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ประเทศไทย และ บริษัท โตชิบา แพลนท์ ซิสเต็มส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส คอร์ปอเรชั่นผู้รับเหมาก่อสร้างระดับโลกหนุนศักยภาพการเป็นผู้นำด้านพลังงานไฟฟ้า

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์

กรุงเทพฯ : ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM กล่าวว่า นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของบริษัทฯ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อการอุตสาหกรรมจำนวน 7 โครงการ มูลค่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก 5 สถาบันการเงินชั้นนำ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าประเทศไทย (EXIM BANK) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารออมสิน ร่วมกับ 2 บริษัทชั้นนำด้านการก่อสร้างได้แก่ บริษัท ซีเมนส์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ประเทศไทย และ บริษัท โตชิบา แพลนท์ ซิสเต็มส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส คอร์ปอเรชั่น ทำให้มั่นใจถึงศักยภาพในการดำเนินโครงการที่จะลุล่วงตามแผนงานที่วางไว้

ปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวเสริมว่า สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเพื่อการอุตสาหกรรมจำนวน 7 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งสุทธิรวม 980 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนของเดิม เพื่อต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 5 โครงการ และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ (เปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้า) 2 โครงการ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นระยะเวลา 25 ปี โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่สำคัญในรูปแบบพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำที่มีคุณภาพและเสถียรภาพเพื่อที่จะส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมที่จะส่งผลดีและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

สำหรับมูลค่ารวมของเงินลงทุนในการดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าเพื่อการอุตสาหกรรมนี้ คิดเป็นจำนวนรวมโดยประมาณทั้งสิ้น 39,248 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินกู้โครงการ (Project Finance) จากสถาบันการเงินชั้นนํา อีกทั้งบริษัทฯ ยังคงรักษาระดับความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมีเงินสดในมือประมาณ 19,000 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากการดําเนินงานเพื่อการลงทุนโครงการต่าง ๆ และรองรับการเติบโตในอนาคต

ชาติศริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนิรมาณ ไหลสาธิต รองผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ
ชาติศริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนิรมาณ ไหลสาธิต รองผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ

นิรมาณ ไหลสาธิต รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพให้บริการสินเชื่อแก่โรงไฟฟ้าบีกริมตั้งแต่โครงการแรกในปีพ.ศ.2538 ด้วยเชื่อมั่นในกลุ่มบี.กริมมาตลอดระยะเวลา 25 ปี เนื่องจากการก่อสร้างโครงการไม่เคยล่าช้า และอยู่ภายใต้งบประมาณมาโดยตลอด ทั้งนี้เชื่อว่าด้วยความเชี่ยวชาญของบี.กริม จะทำให้บี.กริมเติบโตตลอดไป และภายใต้วิสัยทัศน์ของดร. ฮาราลด์ ลิงค์ จะทำให้เกิด Modern Transmission System ในไทย

“การที่บี.กริมลงทุนในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกำลังจะไปที่กัมพูชา รวมทั้งการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าในสปป.ลาวแล้ว ทำให้บี.กริม เติบโตต่อไปเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำในภูมิภาค” รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บี.กริมยังเดินหน้าศึกษาการลงทุนโครงการพลังงานใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เป็นไปตามเป้าหมาย 7,200 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายที่วางไว้