‘BGRIM’– เอ็นเนอร์ยี่ ไชน่า ลงนามสัญญาจัดซื้อโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร กฟผ. มูลค่า 842 ล้านบาท


กฟผ. ร่วมกับ กิจการค้าร่วม บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ – เอ็นเนอร์ยี่ ไชน่า ลงนามสัญญาจัดซื้อและก่อสร้างโครงการโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร มูลค่ากว่า 842 ล้านบาท โชว์ศักยภาพพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

20 มกราคม 2563 – พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาโครงการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร ระหว่าง กฟผ. กับ กิจการค้าร่วม บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ – เอ็นเนอร์ยี่ ไชน่า โดยมี นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมลงนามกับ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ และ Mr. Wang Xinping ประธานกรรมการ บริษัท China Energy Engineering Group Shanxi Electric Power Engineering Co., Ltd. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม ซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

‘BGRIM’– เอ็นเนอร์ยี่ ไชน่า ลงนามสัญญาจัดซื้อโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร กฟผ. มูลค่า 842 ล้านบาท

สำหรับโครงการโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร มีกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการกว่า 842 ล้านบาท จะใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดดับเบิ้ลกลาสที่เหมาะสมกับการวางแผงโซลาร์เซลล์ใกล้ผิวน้ำที่มีความชื้นสูงและมีการเคลื่อนไหวของผิวน้ำอยู่ตลอดเวลา และใช้ทุ่นลอยน้ำชนิด HDPE (High Density Polyethylene) ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม โดยจะติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดบนพื้นที่ผิวน้ำกว่า 450 ไร่ ใช้ระบบส่งไฟฟ้าเดิมร่วมกับเขื่อนของ กฟผ. เช่น หม้อแปลง สายส่ง สถานีไฟฟ้าแรงสูงทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคตมีราคาถูกลง

‘BGRIM’– เอ็นเนอร์ยี่ ไชน่า ลงนามสัญญาจัดซื้อโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร กฟผ. มูลค่า 842 ล้านบาท

‘BGRIM’– เอ็นเนอร์ยี่ ไชน่า ลงนามสัญญาจัดซื้อโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร กฟผ. มูลค่า 842 ล้านบาท

โครงการโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร ถือเป็นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้ และหลังลงนามสัญญาฯ แล้ว คาดการณ์ว่าจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 12 เดือน โดยจะสามารถผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2563