ผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP นำเทคโนโลยี Plant Factory ช่วยผู้ประกอบการปลูกผัก – ผลไม้ออแกนิกในอพาร์ตเมนต์


โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation Technology Assistance Program : ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สนับสนุนจากอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) พัฒนาเทคโนโลยีระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร หรือ Plant Factory สำหรับการปลูกพืชออแกนิกในห้องพักอพาร์ตเมนต์ไว้รับประทานได้ทุกฤดูกาล แก่ บริษัท ลอฟท์ บิวเดอร์ จำกัด ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง เพื่อแตกไลน์ธุรกิจ และเป็นต้นแบบของระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร

ชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโสโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation Technology Assistance Program : ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการยกระดับผักและผลไม้ไทย : โอกาสสำหรับพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน ด้านโรงเรือนอัจฉริยะเป็นโครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและกลุ่มเกษตรกรด้านผักและผลไม้ในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขัน และยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าการเกษตร โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีรองรับ “เกษตร 4.0” ซึ่งเป็นการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศให้ยั่งยืน ในส่วนของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง บริษัท ลอฟท์ บิวเดอร์ จำกัด ได้รับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) โดย รองศาสตราจารย์วันชัยแหลมหลักสกุล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้เข้ามาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร หรือ Plant Factory ทำให้ห้องสี่เหลี่ยมขนาด 10 ตารางเมตรในอพาร์ตเมนต์ใจกลางเมือง สามารถเป็นต้นแบบห้องที่ปลูกผักและผลไม้ออแกนิกชนิดต่างๆ เช่น สตรอเบอร์รี, Kale และสมุนไพรเมืองหนาว เช่น พาสเลย์และดอกไม้กินได้ สำหรับไว้ปั่นกินหรือเป็นน้ำผักสุขภาพเพื่อดื่มกินเองได้ทุกฤดูกาล และยังเป็นสถานที่ที่ให้ลูกค้าของบริษัทฯ ที่มีความสนใจจะทำระบบฟาร์มเกษตรในอาคารได้เห็นต้นแบบของธุรกิจประเภทนี้ด้วย เพราะผักและผลไม้ออแกนิกที่ปลูกในระบบนี้เป็นพืชที่มีมูลค่าสูงในตลาดราคาแพง และการลงทุนของเทคโนโลยีนี้เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถที่จะลงทุนได้ด้วยกำลังของตัวเอง

รองศาสตราจารย์วันชัย แหลมหลักสกุล ผู้เชี่ยวชาญโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation Technology Assistance Program : ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และหัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมระบบไซเบอร์-กายภาพทางการผลิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า การปลูกพืชในอาคารนั้นเหมาะสมต่อการเพาะปลูกผักและผลไม้บางชนิด ส่วนใหญ่เป็นผักใบและผักผลไม้เมืองหนาว เช่น ผักสลัด สมุนไพร และสตรอเบอร์รี เป็นต้น ซึ่งไม่หลากหลายและมีขนาดตลาดที่จำกัดอยู่เฉพาะผู้บริโภคบางกลุ่ม เช่น โรงพยาบาลเอกชนระดับบนที่ต้องการผักและผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อให้บริการผู้ป่วย ร้านอาหาร โรงแรมที่ให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพ และครัวเรือนที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนไปทางสูง เป็นต้น แต่ในต่างประเทศกระแสซูเปอร์มาร์เก็ตปลูกผักเองในอาคารตามห้างสรรพสินค้าหรือตามสถานีรถไฟใต้ดินกำลังได้รับความนิยมทั่วทั้งยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งจะเน้นปลูกผักที่มีคุณภาพสูงและอุดมด้วยสารอาหาร ซึ่งมีจุดเด่นคือ ผักที่ปลูกแบบนี้ ทั้งสดสะอาด ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง และมีรสชาติกรอบอร่อยกว่าผักที่ปลูกแบบเดิม

สำหรับระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร หรือ Plant Factory ในไทยการปลูกทั่วไปจะเป็นพืชผักและผลไม้เมืองหนาว เพราะข้อจำกัดด้านภูมิอากาศทำให้มีการเจริญเติบโตที่ดี และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยควบคุมและใช้ปัจจัยการผลิต เช่น การให้แสง การให้น้ำ แร่ธาตุอาหารปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ปลดปล่อยของเสียสู่สภาพแวดล้อมน้อยที่สุด และใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ เนื่องจากระบบฟาร์มเกษตรในอาคารนั้นเป็นระบบที่ประหยัดการใช้ทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นน้ำ แร่ธาตุอาหาร พื้นที่เพาะปลูกและแรงงาน รวมถึงยังสามารถควบคุมปริมาณและคุณภาพผลผลิตได้ตามที่ต้องการ จึงช่วยลดความผันผวนในด้านปริมาณและคุณภาพของผลผลิตได้ดีกว่าการเกษตรแบบดั้งเดิม จึงเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของภาคการเกษตรที่ค่อยๆ มีบทบาทในเชิงพาณิชย์มากขึ้นในไทย โดยเทคโนโลยีระบบฟาร์มเกษตรของบริษัทฯ สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมด้วยระบบอัตโนมัติ เช่น อุณหภูมิแสงเทียม (LED) เพื่อการสังเคราะห์แสงของพืช

ในกระบวนการสังเคราะห์แสงนี้จะผ่านแสงจากหลอดไฟ LED ที่มีการควบคุมความเข้มของแสง คลื่นความถี่ และระยะเวลาของแสงในแต่ละช่วงการปลูก เพื่อให้มีความคล้ายคลึงกับการสังเคราะห์แสงจากดวงอาทิตย์ ซึ่งการใช้แสง LED จะช่วยลดระยะเวลาการปลูกลงได้ครึ่งหนึ่งของระยะเวลาการเติบโต อีกทั้งยังมีการควบคุมลมและความชื้นในอากาศหากความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำกว่ากำหนด ระบบจะเชื่อมต่อกับระบบพ่นละอองน้ำแบบพิเศษ เพื่อปรับความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในช่วงที่กำหนดโดยตั้งค่าการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน สามารถปรับตั้ง แก้ไข ควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตจากนอกสถานที่ได้ โดยระบบจะควบคุมพารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด

พีรพงษ์ ตันตยาคม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอฟท์ บิวเดอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท ลอฟท์ บิวเดอร์ จำกัด ขอรับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากโปรแกรม ITAP สวทช. ในการเริ่มพัฒนาธุรกิจการเกษตรในอนาคตด้วยการพัฒนาระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร หรือ Plant Factory แบบอินทรีย์ ด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบควบคุมสภาวะการเพาะปลูกที่ทันสมัย เช่น แสง อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ น้ำ และสารอาหารพืชแบบอัจฉริยะ เพื่อให้บริษัทสามารถปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาวในเมืองที่มีคุณภาพได้ตลอดทั้งปี สำหรับผลที่ได้รับจากการนำระบบฟาร์มเกษตรในอาคารมาใช้ในบริษัทฯ คือ ได้นวัตกรรมการปลูกสตรอเบอร์รีอินทรีย์ในอาคารที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งบริษัทฯ ยังสามารถปลูกให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ไม่มีฤดูกาล มีคุณภาพทางกายภาพ ทางเคมีของผลผลิตสะอาด ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีและยาปราบศัตรูพืช ซึ่งแตกต่างจากการปลูกโดยทั่วไปที่จะออกผลผลิตตามฤดูกาลและต้องใช้น้ำและสารเคมีและยาปราบศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่ง เนื่องจากปลูกใกล้แหล่งจัดจำหน่ายให้กับผู้บริโภค รวมถึงยังเป็นศูนย์สาธิตระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร เนื่องจากบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจก่อสร้างเป็นหลัก เมื่อดำเนินการโครงการแล้วเสร็จ บริษัทฯ ได้ใช้เป็นห้องสาธิตระบบฟาร์มเกษตรในอาคารให้กับลูกค้าของบริษัทฯ และผู้สนใจในการนำระบบฟาร์มเกษตรในอาคารไปใช้ในธุรกิจ ร้านอาหาร และบ้านอยู่อาศัย เป็นต้น ส่งเสริมให้บริษัทฯ ได้งานก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น


Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 100 กรกฎาคม-สิงหาคม 2563 คอลัมน์ Technology โดย กองบรรณาธิการ