ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล เลขาธิการ สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและพลังงานชี้ว่า “โครงข่ายไฟฟ้า” (Power Grid) กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ท่ามกลางแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และเทคโนโลยีดิจิทัล
การเปลี่ยนผ่านจากระบบพลังงานที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR), ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และระบบกักเก็บพลังงาน ทำให้บทบาทของโครงข่ายไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าสู่ผู้ใช้ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่ต้องสามารถรองรับแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัวจำนวนมาก ควบคุมความผันผวนของกำลังผลิต และรักษาเสถียรภาพของระบบได้ตลอดเวลา

สมดุล “สามเสาหลัก” ของพลังงานยังเป็นโจทย์สำคัญ
ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล กล่าวว่า การกำหนดนโยบายพลังงานในปัจจุบันยังคงยึดกรอบแนวคิด “สามเสาหลักด้านพลังงาน” ได้แก่
- ความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ
- ความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในระดับราคาที่เหมาะสม (Affordability) เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถใช้ไฟฟ้าได้ในราคาที่เหมาะสม
- ความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม การบรรลุทั้งสามเป้าหมายพร้อมกันถือเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอาจต้องใช้การลงทุนในระบบส่งและระบบควบคุมที่สูงขึ้น ขณะที่การรักษาค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเหมาะสมจำเป็นต้องบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
จำเป็นต้องลงทุนยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานด้านพลังงานหลายฉบับชี้ตรงกันว่า ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ทั้งการขยายสายส่งแรงดันสูง การพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) ระบบควบคุมดิจิทัล ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System) และเทคโนโลยีตอบสนองด้านโหลดไฟฟ้า (Demand Response)
การลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่สูงขึ้น ลดการสูญเสียในระบบส่ง เพิ่มความยืดหยุ่น ในการบริหารจัดการพลังงาน และลดความเสี่ยงจากเหตุขัดข้องของระบบไฟฟ้าในวงกว้าง
เทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานกระจายตัวเปลี่ยนโฉมระบบไฟฟ้า
แนวโน้มการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป รถยนต์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงานภายในอาคาร ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าจำนวนมากกลายเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้าร่วม” หรือ Prosumer ส่งผลให้รูปแบบการไหลของพลังงานในระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น
ดังนั้น ผู้ปฏิบัติการระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และมิเตอร์อัจฉริยะ มาใช้ในการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า การควบคุมแรงดันไฟฟ้า และการบริหารพลังงานอย่างแม่นยำ
ไทยเร่งเตรียมความพร้อมรองรับพลังงานสะอาด
สำหรับประเทศไทย การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามเป้าหมายด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ ทำให้การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าเป็นวาระแห่งชาติ หน่วยงานด้านพลังงานไฟฟ้าอยู่ระหว่างการผลักดันโครงการสายส่งใหม่ การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่างภูมิภาค และการพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะในหลายพื้นที่ เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล มองว่า หากประเทศไทยสามารถยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงด้านพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระยะยาว
โครงข่ายไฟฟ้า: รากฐานของระบบพลังงานยุคใหม่
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บทบาทของโครงข่ายไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนจาก “ระบบส่งไฟฟ้า” ไปสู่ “แพลตฟอร์มพลังงานแห่งอนาคต” ที่เชื่อมโยงการผลิต การกักเก็บ และการใช้พลังงานเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล ย้ำว่า ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในทศวรรษหน้า จะขึ้นอยู่กับความสามารถของประเทศในการลงทุนและปรับโครงสร้างโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืนมากเพียงใด
#IEEEPES #สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย)