PTG ฟาดกำไรไตรมาส 2/62 แตะ 426 ล้านบาท พุ่งกระฉูด 140% เล็งยอดขายครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง


“พีทีจี เอ็นเนอยี” โชว์งบไตรมาส 2/62 กำไรสุทธิ 426 ล้านบาท เติบโต 140% หนุนครึ่งปีแรกกำไร 945 ล้านบาท เติบโต 111% เล็งยอดขายครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง คงเป้า EBITDA เติบโต 40-50%

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/62 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 426 ล้านบาท เติบโต 140% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 945 ล้านบาท เติบโต 111% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อีกทั้งในช่วงไตรมาส 2/62 บริษัทยังมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) อยู่ที่ 1,359 ล้านบาท เติบโต 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมี EBITDA อยู่ที่ 2,794 ล้านบาท เติบโต 52% จากช่วงเดียวกันของปี เพราะว่าบริษัทมีปริมาณการขายน้ำมันที่เติบโต ค่าการตลาดที่เหมาะสม การผลักดันธุรกิจ Non-Oil อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการการลดค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

ในส่วนของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันทั้งหมดในครึ่งปีแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2,311 ล้านลิตร เติบโต 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทั้งปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ตามการขยายสาขาของสถานีบริการน้ำมัน และการจำหน่ายน้ำมันต่อสถานีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1/62 ปัจจุบัน บริษัทมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันและแก๊ส LPG ทั้งสิ้น 1,953 สถานี

ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทเข้ามาขยายการให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทคาดว่าผลกระทบจากฤดูกาลในช่วงไตรมาส 3 น่าจะลดลง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการใช้น้ำมันตระกูลเบนซินที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล นอกจากนี้บริษัทยังมีการขยายสาขา และสร้างความรับรู้ในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจจากการขนส่ง และการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้บริษัทยังได้ปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดค้าปลีกน้ำมัน ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปรับแผนเงินลงทุนเป็น 4,000-4,500 ล้านบาท จากเดิม 3,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเติบโตของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันให้เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มค่าการตลาดที่อยู่ในระดับปกติ ทำให้บริษัทเห็นโอกาสในการลงทุน โดยการขยายสถานีบริการจะเน้นขยายในรูปแบบ Flagship เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันจำนวนสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการเติบโต 6.80% จากปีที่แล้ว โดยเงินทุนที่นำมาใช้เพื่อการขยายการลงทุนดังกล่าว ซึ่งจะมีแหล่งเงินทุนมาจาก EBITDA ที่คาดว่าจะเติบโต 40-50% จากปีที่แล้ว หรือ EBITDA อยู่ที่ 4,900-5,250 ล้านบาท

พร้อมกันนี้บริษัทยังผลักดันและสร้างแบรนด์ธุรกิจ Non-Oil ให้เป็นธุรกิจหลักที่จะขับเคลื่อนบริษัทในอนาคต โดยในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ออกนโยบายและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ เพื่อสนับสนุนเติบโต ได้แก่ การเปิดตัวแฟรนไชส์กาแฟทั้ง 2 แบรนด์ (กาแฟพันธุ์ไทย และคอฟฟี่เวิลด์) และการสนับสนุนการแข่งขัน PT Maxnitron Racing Series 2019 เพื่อให้แบรนด์น้ำมันเครื่องของบริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น และในครึ่งปีหลัง บริษัทยังวางแผนงานเพื่อขับเคลื่อนและสร้างแบรนด์ธุรกิจ Non-Oil ให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าในปี 2562 บริษัทจะมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 15% ของกำไรขั้นต้นทั้งหมด


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เอง โดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save