ราช กรุ๊ป แจงผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี’65 ตามกลยุทธ์ 3 G มีรายได้รวม 36,699 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 700 เมกะวัตต์


บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนําของประเทศไทย แถลงข่าวผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2565 มีรายได้รวมเป็นเงินจำนวน 36,699.36 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 91% จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2564 จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าราชบุรี กลุ่มโรงไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำอาซาฮาน ในประเทศอินโดนีเซีย โรงไฟฟ้าสหโคเจนชลบุรี โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว ในประเทศอินโดนีเซีย และโรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี จังหวัดระยอง

ส่วนการใช้งบประมาณการลงทุนใน 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2565 จำนวน1,454.81 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 โครงการเดิมในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง โครงการโรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น ส่วนขยาย โครงการไฟฟ้า อาร์ อี เอ็นโคราช เอนเนอร์ยี่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ECOWIN และ 1 โครงการใหม่ในธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์-สกลนคร จำกัด

RATCH CEO

ชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH กล่าวว่า การดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีนี้ขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ 3 G ประกอบด้วย 1.Growth ที่มุ่งแสวงหาโอกาสเติบโตในธุรกิจเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต 2.Green สนับสนุนด้านพลังงานทดแทน และยกระดับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 3.Generate เน้นประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ โดยปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายขยายธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะเพิ่มกำลังผลิตไม่ต่ำกว่า 700 เมกะวัตต์ และเพิ่มการลงทุนในธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาท พร้อมทั้งจัดทำกลยุทธ์ความยั่งยืนและเป้าหมายในปีพ.ศ. 2573 รวมถึงการพัฒนากระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และกลยุทธ์การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก

ในปี พ.ศ. 2565 บริษัทฯ ได้ตั้งงบลงทุนจำนวน 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้า 28,000 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนในโครงการใหม่จำนวน 26,500 ล้านบาท และโครงการเดิมจำนวน 1,500 ล้านบาท ส่วนเงินลงทุนในธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า จัดสรรไว้จำนวน 2,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินลงทุนโครงการใหม่ 1,400 ล้านบาท และโครงการเดิม 600 ล้านบาท ทั้งนี้การลงทุนบริษัทฯ ยังคงยึดแนวทางการลงทุนในรูปแบบการซื้อ หรือร่วมทุนในกิจการที่ดำเนินงานแล้ว เพราะจะช่วยรักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสดและสภาพคล่องของบริษัทฯ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนคุณค่าร่วมแก่ผู้มีส่วนได้เสียด้วย

สำหรับการลงทุนในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาของปี พ.ศ.2565 บริษัทฯ ได้ลงทุนไปแล้วจำนวน 1,454.81 ล้านบาท ใน 5 โครงการ แบ่งเป็น 4 โครงการเดิมในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ได้แก่โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง โครงการโรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น ส่วนขยาย โครงการไฟฟ้า อาร์ อี เอ็นโคราช เอนเนอร์ยี่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ECOWIN และ 1 โครงการใหม่ในธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า และ 1 โครงการใหม่ในธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์-สกลนคร จำกัด

ชูศรี กล่าวถึงผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนแรกของปี พ.ศ.2565 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 36,699.36 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 91% จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2564 จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าราชบุรี กลุ่มโรงไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำอาซาฮาน ในประเทศอินโดนีเซีย โรงไฟฟ้าสหโคเจนชลบุรี โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว ในประเทศอินโดนีเซีย และโรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี จังหวัดระยอง มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม จำนวน 33,456.76 ล้านบาท และกำไรส่วนของบริษัทฯ จำนวน 3,775.45 ล้านบาท ฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 188,519.68 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 79,104.32 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 109,415.36 ล้านบาท และบริษัทฯ ยังมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.24 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 8.25

ด้านกำลังการผลิต ในช่วง 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2565 บริษัทฯ รับรู้เดินเครื่องเชิงพาณิชย์กำลังการผลิตรวม 9,219.33 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักรวม 7,384.63 เมกะวัตต์ คิดเป็น 85% และจากพลังงานทดแทน 1,359.93 เมกะวัตต์ คิดเป็น 15% และแบ่งเป็นกำลังการผลิตในประเทศไทยรวม 5,441.12 เมกะวัตต์ เป็นเชื้อเพลิงหลัก 5,346.36 พลังงานทดแทน 94.76 เมกกะวัตต์ ประเทศออสเตรเลียกำลังการผลิตรวม 1,214.89 เมกะวัตต์ เป็นเชื้อเพลิงหลัก 549.20 เมกะวัตต์พลังงานทดแทน 665.69 เมกะวัตต์ ประเทศลาว 1,207.03 เมกะวัตต์ เป็นเชื้อเพลิงหลัก 751.20 เมกะวัตต์ พลังงานทดแทน 456.10 เมกะวัตต์ ประเทศอินโดนีเซีย กำลังการผลิตรวม 1,162.13 เมกะวัตต์ เป็นเชื้อเพลิงหลัก 1,075.93 เมกะวัตต์ พลังงานทดแทน 86.20 เมกะวัตต์ ประเทศเวียดนาม กำลังผลิตรวม 191.87 เมกะวัตต์ พลังงานหลัก 136.71 เมกะวัตต์ พลังงานทดแทน 55.16 เมกะวัตต์ และประเทศญี่ปุ่น กำลังผลิตรวม 2.02 เมกะวัตต์

“สำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของ ปี พ.ศ. 2565 บริษัทฯ จะดำเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้ทั้งปี พ.ศ. 2565 ทั้งโครงการในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก โครงการพลังงานไฟฟ้าทดแทนและโครงการเกี่ยวเนื่องด้านพลังงาน คาดว่าในไตรมาสที่ 3ของปี พ.ศ.2565 จะมีแผนการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน” ชูศรี กล่าวทิ้งท้าย


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เอง โดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save