การบินไทยและไทยสมายล์ เดินหน้าสู่ต้นแบบ “สายการบินลดการสูญเสียด้านทรัพยากรอาหาร” ในภูมิภาค


การบินไทยและไทยสมายล์ ประกาศวิสัยทัศน์ความยั่งยืนปี 2563 จับมือ Food Innopolis สวทช. เปิดตัวโครงการ “ Save Food Save the World” เดินหน้าสู่ต้นแบบ “สายการบินลดการสูญเสียด้านทรัพยากรอาหาร” ในภูมิภาค

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตอาหารเพื่อลดการสูญเสียทางด้านทรัพยากร (Food Waste Management) ระหว่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กับ Food Innopolis สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยมี นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ฯ และ นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมลงนาม พร้อมด้วยพลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทยฯ ร่วมในพิธี ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต

โครงการ “Save Food Save the World”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกออกกฎห้ามใช้หรือให้มีการเก็บภาษีพลาสติกเพื่อยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single Use Plastics) รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นวาระของชาติ จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางเพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว นอกจากนี้ ยังเป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชนร่วมกันรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดการใช้วัสดุที่ผลิตขึ้นจากพลาสติก และช่วยลดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว ซึ่งการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี ได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยมีการรณรงค์สร้างความตระหนักและตื่นตัวในการใช้พลาสติกหมุนเวียนในหน่วยงานทุกภาคส่วนสังกัดกระทรวงคมนาคม ในส่วนของการบินไทยและไทยสมายล์มีความมุ่งมั่นและตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งการบริหารจัดการเพื่อมิให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการประกอบธุรกิจ โดยการจัดทำโครงการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตอาหารเพื่อลดการสูญเสียทางด้านทรัพยากร (Food Waste Management) ร่วมกันลดขยะอาหารของโลก นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการลดอัตราการสูญเสียทางด้านทรัพยากร

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การบินไทยและไทยสมายล์ตระหนักถึงปัญหา Food Waste พร้อมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาด้านมลภาวะและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก “ขยะอาหาร” ซึ่งประเทศไทยมีปริมาณขยะที่เกิดจากอาหารเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันข้อมูลจากการศึกษาใหม่ๆ พบว่าองค์ประกอบของขยะมูลฝอยของบางพื้นที่มีขยะอาหารเป็นองค์ประกอบที่มีสัดส่วนร้อยละ 33-50 ของขยะทั้งหมด ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ปัญหา Food Waste นับได้ว่าเป็นปัญหาระดับโลก สหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goal (SDG) ในช่วงปี พ.ศ. 2557-2573 ข้อที่ 12.3 หรือ SDG 12.3 ได้ขอให้ประเทศต่างๆ และบริษัทต่างๆ ร่วมกันลดขยะอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งภายในปี พ.ศ.2573 ในระดับผู้จำหน่ายอาหารและระดับผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิตห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ การบินไทย ที่มีชื่อเสียงในการทำอาหารอร่อย มีคุณภาพดี ต้องสนใจความยั่งยืน และการดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งการลดปริมาณขยะอาหาร จำเป็นต้องเริ่มจากพื้นฐานที่ถูกต้องมีการทำงานที่เป็นระบบ และต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาร่วมกันลดขยะอาหาร

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติได้ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด และในปี 2563 นี้ การบินไทยจะดำเนินกิจการมาครบ 60 ปี จึงได้กำหนดนโยบาย โดยเข้าร่วมโครงการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตอาหารเพื่อลดการสูญเสียทางด้านทรัพยากร (Food Waste Management) ซึ่งโครงการนี้จะมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดจากการผลิตอาหารในครัวการบิน และลดปริมาณอาหารที่เหลือจากการให้บริการบนเครื่อง โดยโครงการ Food Waste Management จะทำให้การบินไทยสามารถบริหารจัดการด้านทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน การบินไทยมีการดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของโครงการ โดยจะสร้างความรู้ความเข้าใจแก่พนักงาน ผู้โดยสาร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งนี้ การบินไทยยังกำหนดเป้าหมายโดยมุ่งสู่การเป็นสายการบินเพื่อความยั่งยืน ภายในปี 2566

โครงการ “Save Food Save the World”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การบินไทยได้มีการบริหารจัดการในการลดและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การหาวิธีใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งบริหารจัดการเพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรจากกระบวนการผลิตอาหารบริการบนเครื่อง ซึ่งฝ่ายครัวการบินของการบินไทยได้ดำเนินการมาตลอด อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมโครงการ Food Waste Management อย่างจริงจัง จะเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการบิน โดยจะทำให้การบินไทยลดการสูญเสียวัตถุดิบจากการผลิตอาหารถึง 400 กก./วัน หรือคิดเป็นเงินประมาณ 20 ล้านบาท/ปี สำหรับแนวทางการดำเนินงานภายใต้โครงการ Food Waste Management ในปีแรก จะมุ่งเน้นการทวนสอบเพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบการผลิตอาหารและการบริการทั้งระบบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิตของฝ่ายครัวการบิน การวางแผนเมนูอาหาร การผลิตและการนำอาหารขึ้นเครื่อง ตลอดจนการบริหารจัดการขยะบนเที่ยวบิน การทดลองนำแนวทางใหม่ๆ เช่น การบริหารจัดการอาหารให้บริการให้หมดบนเครื่อง การพัฒนาระบบ Pre-Selected Menu เพื่อให้ผู้โดยสารเลือกเมนูก่อน คาดว่าจะสามารถลดการสูญเสียอาหารที่ผู้โดยสารไม่ต้องการได้ถึง 20% โดยแนวปฏิบัติดังกล่าวจะเริ่มใช้ในเที่ยวบินของการบินไทยในเส้นทางยุโรปในปี 2563 และภายในปี 2564 จะมีการดำเนินการในทุกเที่ยวบิน

นอกจากนี้ ยังจะนำนวัตกรรรมเพื่อแก้ปัญหาการสูญเสียอาหาร อาทิ การศึกษาวัตถุดิบทั้งหมดของสายการบินเพื่อค้นหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพในการลดการสูญเสียอาหารระหว่างกระบวนการผลิต โดยการใช้เทคโนโลยีที่สามารถวัดค่าความสุกของผลไม้ เป็นต้น ทั้งนี้ การบินไทยตั้งเป้าหมายว่าสำหรับปีแรกของการดำเนินการจะสามารถลดการสูญเสียอาหารรวมได้ราว 3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,078 ตันคาร์บอน/ปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่จำนวน 230,000 ต้น การลดการสูญเสียอาหารยังจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนประเด็นการลดการสูญเสียอาหารสำหรับประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับวาระแห่งชาติว่าด้วยการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ตลอดจนการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งองค์การสหประชาชาติ (SDGs) ได้ในที่สุด

โครงการ “Save Food Save the World”

นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เปิดเผยว่า ไทยสมายล์ได้ตระหนักถึงการลดการสูญเสียทรัพยากรอาหาร โดยได้ริเริ่มดำเนินนโยบายรักษ์โลกอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2561 ตามแนวคิดประสิทธิภาพเชิงนิเวศ (Eco-efficiency) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดโครงการ “Save Food Save the World” ในครั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาไทยสมายล์ได้เก็บสถิติจำนวนผู้โดยสารที่ปฎิเสธการรับอาหาร พบว่ามีจำนวน 1.4% ต่อเที่ยวบิน ดังนั้น ในปี 2563 นี้ จึงได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอาหารและลดการสูญเสียอาหารบนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนที่จะให้ผู้โดยสารสามารถเลือกแสดงความประสงค์ในการปฏิเสธอาหารบนเที่ยวบินล่วงหน้าได้ ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารจัดการปริมาณอาหารบนเที่ยวบินได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในปี 2563 จะลดความสูญเสียอาหาร ได้ถึง 16.45 ตันต่อปี แบ่งเป็นเส้นทางในประเทศ 5.7 ตันต่อปี และเส้นทางระหว่างประเทศ 10.75 ตัน ต่อปี จากปริมาณ Food Waste ที่คาดการณ์ 100,000 มื้อต่อปี นอกจากนี้ แคมเปญบริจาคอาหารจะช่วยสร้างความตระหนักในเรื่องการสูญเสียอาหาร และผู้โดยสารมีส่วนร่วมได้มากขึ้น

จากการสำรวจล่าสุด ลูกค้ากลุ่มหลักให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำให้การขับเคลื่อนในปีที่ผ่านมาทั้งในเรื่องการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ 100% และการคัดแยกขยะจากเที่ยวบินไทยสมายล์ จึงได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค ซึ่งสามารถลดการสูญเสียอาหารเพื่อนำไปสู่การแบ่งปันแก่ชุมชนและสังคมต่อไป

นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า สวทช. มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศภายใต้แนวทาง “ประเทศไทย 4.0” ที่ปรับระบบเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  (พ.ศ. 2561-2580) และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยสร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนของประเทศ เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 12 (SDGs 12) โดยมีตัวชี้วัดเรื่องของการลดของเสียจากอาหารที่ถูกทิ้งของโลกต่อหัวประชากรลงครึ่งหนึ่ง ในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายใน พ.ศ. 2573 ในทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ สวทช. ที่จะให้คำปรึกษากับการบินไทยและไทยสมายล์ ในการจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงพัฒนากระบวนการปฏิบัติงานด้วยความรู้และนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามแนวทางในการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตอาหารเพื่อลดการสูญเสียทางด้านทรัพยากร และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมถึงการให้คำแนะนำในการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายเพื่อประเมินประสิทธิผลของโครงการ อีกทั้งการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจจากการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรในกระบวนการผลิตอาหารของการบินไทย