สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทยหรือ TEMA จัดงานครบรอบ 12 ปี เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเอทานอลประเทศไทยโดยกลุ่มผู้ประกอบการนำไปสู่ความมั่นคงทางพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรด้านอาชีพรายได้อย่างยั่งยืน ระบุเกษตรกรชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากมูลค่าของกากน้ำตาลจากปีละ 1,000 ล้านบาทในช่วงก่อนมีโครงการเอทานอลเป็นปีละ 9,600 ล้านบาท และขานรับยุทธศาสตร์รัฐบาล ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมชี้ปัจจัยหนุนอุตสาหกรรมเอทานอล นโยบายภาครัฐในการยกเลิกการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 ในปีนี้
นายเจษฎา ว่องวัฒนะสินอุปนายก รักษาการนายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทยกล่าวว่า สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย หรือ TEMA ได้ดำเนินงานครบ 12 ปีและจะก้าวเข้าสู่ปี 13โดยการผนึกความร่วมมือของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเอทานอล ขับเคลื่อนและสร้างความเข้มแข็งด้านพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงได้จัดงานครบรอบ 12 ปี
“เอทานอล อนาคตความมั่นคงไทย”โดยสมาชิกผู้ประกอบการมีความมุ่งหวังในการขับเคลื่อนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานเป็นไปในทิศทางทางเดียวกันตั้งแต่เริ่มตั้งสมาคมฯ อีกทั้งยังเป็นการประกาศความพร้อมของกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะความมั่นคงของอุตสาหกรรมเอทานอลของประเทศไทยในการเป็นพลังงานทางเลือกที่ไม่สร้างมลพิษกับสิ่งแวดล้อม
ภาพรวมของอุตสาหกรรมเอทานอลประเทศไทยยังสร้างประโยชน์และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกพืชอ้อยและมันสำปะหลังที่มีมูลค่าสูงขึ้นมากกว่าแค่พืชเกษตร และส่งเสริมอาชีพให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 – ต.ค.2561 โครงการใช้เอทานอลได้สร้างเม็ดเงินไปสู่เกษตรกรชาวไร่อ้อยรวมกว่า 66,000 ล้านบาทผ่านการใช้กากน้ำตาลกว่า 27.5 ล้านตันเป็นวัตถุดิบ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังประมาณ 38,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นการใช้มันสำปะหลังกว่า 16.3 ล้านตันเพื่อผลิตเอทานอล อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร และช่วยให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากมูลค่าของกากน้ำตาลจากปีละ 1,000 ล้านบาทในช่วงก่อนมีโครงการเอทานอล เป็นปีละ 9,600ล้านบาท
“สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย หรือ TEMA จัดตั้งขึ้นโดยผู้ประกอบการผลิตเอทานอล ทั้งที่ใช้วัตถุดิบจากกากน้ำตาล น้ำอ้อย และมันสำปะหลัง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือสมาชิกในการแก้ไขปัญหาอุปสรรค ข้อขัดแย้งต่างๆ ช่วยประสานงานทำความตกลงกับบุคคลภายนอก และติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการค้าเอทานอล ทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งประสานประโยชน์ทางการค้า การเงิน เศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยมีวิสัยทัศน์สู่ความผู้นำด้านเอทานอลเพื่อเป็นพลังงานทดแทนแห่งภูมิภาค และเป็นผู้ผลิตเอทานอลเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานช่วยยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” นายเจษฎา กล่าว
นอกจากนี้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) ของภาครัฐยังส่งเสริมการนำอ้อยมาเพิ่มมูลค่าตั้งแต่การผลิตเอทานอลที่เป็นเชื้อเพลิง การต่อยอดสู่พลาสติกชีวภาพ เคมีภัณฑ์ต่าง ๆ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน นับเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางพลังงาน ตั้งแต่ปี 2549-ต.ค.2561 ประเทศไทยใช้เอทานอลแทนการนำเข้าน้ำมันมากถึง 9,750 ล้านลิตร หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 160,000 ล้านบาท
ทั้งนี้สมาคมฯ มุ่งหวังในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเอทานอลไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมอาชีพ-สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต