ช่วงเวลาที่ผ่านมา 1 เดือน มีผู้ป่วยหลายรายมาปรึกษาเรื่องอั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะเล็ด ถึงแม้จะไม่ได้สร้างปัญหาหรือความเดือดร้อนที่รุนแรง แต่ก็สร้างความไม่สบายใจมากอยู่
การอั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปัสสาวะเล็ด ไม่ได้ถือเป็นโรค แต่เป็นอาการที่มีปัสสาวะ จะไม่สามารถเก็บปัสสาวะไว้เพื่อถ่ายออกมาในห้องน้ำหรืออุปกรณ์รองรับน้ำปัสสาวะได้ทัน มักสร้างความกังวลใจและอึดอัดแก่ผู้มีปัญหาเหล่านี้ได้ไม่น้อย อาการดังกล่าวมักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปี เป็นต้นไปทั้งชายและหญิง ส่วนในวัยอื่นมีพบบ้าง ไม่มากและไม่บ่อยนัก
สาเหตุ การเกิดความผิดปกตินี้จากวัยอายุที่มากขึ้น เกินวัย 40 ปีขึ้นไป หูรูดกระเพาะปัสสาวะทั้งชายและหญิงมักจะเกิดการหย่อนตัว คือความเสื่อมของร่างกาย ทำให้ความสามารถในการบีบรัดหูรูดลดลง เวลาที่มีปัสสาวะอาจจะมากหรือน้อย จะทำให้รู้สึกอั้นไม่อยู่และปัสสาวะเล็ดออกมา มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีการที่จะป้องกันหรือแก้ไขอย่างเห็นผลที่ดี ขึ้นอยู่กับข้อปฏิบัติตัวเป็นส่วนใหญ่ มีข้อปฎิบัตอย่างเคร่งครัดอยู่ 3 ประการ ดังนี้
1.) ตั้งใจกำหนดเวลาในการเข้าห้องน้ำ ขับถ่ายปัสสาวะออกก่อนที่จะเกิดปัสสาวะเล็ด เช่น เข้าห้องน้ำในทุก 50 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อมิให้ปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะเต็มจนเกิดปัสสาวะเล็ด
2.) ฝึกการออกกำลังกายต่อหูรูดกระเพาะปัสสาวะด้วยการฝึกขมิบหูรูดปัสสาวะ เหมือนกับที่เราขมิบหรืออั้นอุจจาระ เนื่องจากหูรูดปัสสาวะและหูรูดอุจจาระที่บริเวณทวารหนักควบคุมโดยระบบประสาทส่วนกลางเหมือนกัน ดังนั้นการฝึกขมิบหูรูดปัสสาวะจึงทำได้ไม่ยุ่งยาก หมั่นขมิบบ่อย ๆ เป็นระยะ ๆ และทำเป็นช่วง ๆ ช่วงละ 10 -20 ครั้ง แต่ละวันให้ทำรวมแล้ว 200-300 ครั้ง ในระยะประมาณ 3-6 สัปดาห์ จะสามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นของหูรูดปัสสาวะได้ สามารถทำการขมิบในทุกอิริยาบถของร่างกาย จะเป็นท่ายืน ท่านั่ง ท่านอน สามารถทำได้ทั้งสิ้น
3.) หากปฏิบัติข้อ 1 และข้อ 2 แล้ว ข้อ 3 นี้เป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจและความกังวลใจลดลงได้ ด้วยการใส่แพมเพิสผู้ใหญ่ไว้ภายในร่างกาย หากมีความจำเป็นและไม่สะดวกเข้าห้องน้ำ แพมเพิสจะช่วยดูดซับน้ำปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การดื่มน้ำหรือปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันยังคงดำเนินไปตามปกติ ศึกษาและปฏิบัติตามทั้ง 3 ข้อ ดังกล่าว จะช่วยเรื่องการอั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะเล็ดได้เป็นอย่างดี
ที่มา: หมอโฆษิต