มูลนิธิชัยพัฒนา ผนึก 9 หน่วยงานของไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกครั้งที่ 10


สืบเนื่องจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงานประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกครั้งที่ 10 หรือ 10th World Environmental Education Congress (WEEC2019) ระหว่างวัน 3-7 พฤศจิกายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ที่พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยได้พระราชาทานพระราชานุมัติให้มูลนิธิชัยพัฒนา ภายใต้การดำเนินงานของโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้าร่วมจัดการประชุมนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา World Environmental Education Congress ครั้งที่ 10 โดยมุ่งหวังว่าการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในหลวง รัชกาลที่ 9 ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีทางธรรมชาติ ช่วยธรรมชาติผ่านเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานประชุม WEEC2019 เป็นประธานในการแถลงข่าวร่วมกับ ผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานประชุม WEEC2019 พร้อมด้วย 9 หน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึง สถาบันโลกร้อนศึกษาโดยมูลนิธินภามิตร ตลอดจนสำนักงานเครือข่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาโลก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาคเอกชนร่วมด้วย อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง C Asean พร้อมด้วย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อีกทั้งยังมี บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรีจํากัด (มหาชน) บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ท็อปกัน จำกัด ภายใต้การอำนวยการจัดงานประชุมโดย บริษัท เอ็น.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นเนล อีเว้นท์ จำกัด

สุเมธ ตันติเวชกุล
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

โดยการจัดประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการทางสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่การหาแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการและร่วมกันหาแนวทางจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับ ภูมิภาคและระดับโลก ภายใต้หัวข้อ “Local Knowledge, Communication and Global Connectivity” อีกทั้งยังมุ่งหวังการสร้างความร่วมมือทางวิชาการของผู้เข้าร่วมประชุม นักวิชาการจากทั่วโลก และปราชญ์ท้องถิ่น ตลอดจนเยาวชนในประเทศที่กำลังพัฒนาได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันกำหนดวิธีการที่จะจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งแนวทางการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้สิ่งแวดล้อมผ่านรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่ร่วมกันกำหนดขึ้นจะได้รับการเผยแพร่ไปยังผู้ปฏิบัติการ ผู้บริหารและนักวางแผน ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสอันดีที่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกจะได้เยี่ยมชมเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งทรงคุณค่าสำหรับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและเป็นการเผยแผ่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ด้านการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนไปยังนานาอารยประเทศ

สุเมธ ตันติเวชกุล

ดร.สุเมธ กล่าวว่า “ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในสังคม โดยต้องยอมรับว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นถือเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ทั้งนี้การปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะต้องเกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งก่อให้เกิดปัญหาต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ และการเกิดผลกระทบทางอ้อมอันมีสาเหตุมาจากภัยพิบัติธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมโลกทำให้เกิดการขับเคลื่อนในการสร้างนโยบาย มาตรการ และแผนงานในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม การประชุมด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาในครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับกิจกรรมของมนุษย์ การควบคุมกิจกรรมของมนุษย์ผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา ถือกำเนิดมาจากพลังขับเคลื่อนของมนุษย์ในทุกระดับตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน สังคม ประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีในการถ่ายทอดความรู้สิ่งแวดล้อมไปยังกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความตระหนัก จิตสำนึก และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในลักษณะปัจเจกละภาคเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการทางสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่การหาแนวทางในการจัดการการเปลี่ยนแปลงของโลกและสภาพภูมิอากาศทั้งในปัจจุบันและในอนาคต”

ทางด้าน ผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานประชุม WEEC2019 กล่าวว่า สำหรับการจัดงานจะมีกำหนดระยะเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 3-7 พฤศจิกายน 2562 ณ ห้องภิรัช 1-3 และแอมเบอร์ 1-4 ศูนย์นิทรรศการและการ ประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พฤศจิกายน และมีพิธีปิดในวันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งกิจกรรมในแต่ละวันมีรายละเอียดประกอบไปด้วย การประชุมวิชาการ ที่ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. Plenary Hall ซึ่งเป็นการประชุมหัวข้อหลัก (Plenary Session) กับ Panel Discussion และ 2. Breakout Session ประกอบไปด้วย Oral Presentation, Round Table Session, Workshop และ Side Events โดยได้รับความร่วมมือจาก UNEP และ UNESCO และจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน โดยมีกิจกรรมปาฐกถาพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล

ประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกครั้งที่ 10

นอกจากนี้ยังจะมีการจัดแสดงนิทรรศการ (Exhibition) จากองค์กรชั้นนำของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบไปด้วยนิทรรศการวิชาการ เป็นการเผยแพร่การดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิ และสมาคมต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้และการประชาสัมพันธ์ “แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2560-2564” ซึ่งมี 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและเป็นธรรม 2.การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ได้รับการป้องกันบำบัดและฟื้นฟู 3.เพื่อประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน 4.สร้างศักยภาพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ และส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของการจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อมนี้จะเป็นการเผยแพร่การดำเนินงานของหน่วยงานทุกภาคส่วนในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมในทุกลำดับขั้นตอนของการทำงาน การดำเนินกิจการงานใดงานหนึ่งให้เป็นผลสำเร็จ รวมถึง นิทรรศการประชาสัมพันธ์สินค้าใส่ใจสิ่งแวดล้อม จะจัดแสดงเผยแพร่ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดจำหน่ายภายในงานให้กับผู้สนใจ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทัศนศึกษาเชิงวิชาการและวัฒนธรรม (Technical and Cultural Excursion) ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลา 1 วัน เพื่อให้ผู้ลงทะเบียนร่วมทัศนศึกษาเลือกเยี่ยมชมโครงการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมศึกษา ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติหรือระบบนิเวศน์ต่าง ๆ หรือเยี่ยมชมวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ตลอดจนเยี่ยมชมด้านวัฒนธรรมท่องเที่ยววิถีไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มเป้าหมายของการจัดประชุมและการจัดแสดงนิทรรศการกิจกรรมต่าง ๆ คือ กลุ่มผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน นักวิจัย นักวิชาการ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรอิสระ ครู นักเรียน นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนผู้สนใจทั้งจากประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชีย ที่มีความสนใจ ให้ความสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจจากหน่วยงานต่าง ๆ และภาคมหาวิทยาลัย และยังมีการนำเสนอผลงานด้านวิชาการ Poster Presentation และมี Art Gallery นำเสนอผลงานภาพวาดด้านสิ่งแวดล้อม

ผศ.ดร.สุรัตน์ กล่าวว่า “การประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกครั้งที่ 10 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ จะก่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมายการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกให้เป็นไปตามแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้องในวงการสิ่งแวดล้อมศึกษาได้รับความรู้และมีความเข้าใจด้านการร่วมกันพัฒนาความตระหนักรู้ในด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา และการให้ความสำคัญใส่ใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมนับตั้งแต่ปัจจุบันไปจนในอนาคตต่อ ๆ ไป นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงอายุมีโอกาสได้แสดงออกทางความคิด ใช้ความรู้ความสามารถและความสนใจเพื่อกระตุ้นความสำคัญ และรณรงค์ให้ทั่วโลกดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ บนเวทีวิชาการระดับสากล รวมถึงการเป็นพื้นฐานของความร่วมมืออันจะนำไปสู่การจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อร่วมกันให้ความสนใจในด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาในทุกระดับช่วงอายุระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคเอเชียต่อไป และสุดท้ายจะเกิดความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ภายใต้แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี 2560 – 2564 ”

การประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกครั้งที่ 10

อย่างไรก็ตาม การประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกครั้งที่ 10 นี้ จะมีการจัดประชุมในหัวข้อ Local Knowledge, Communication and Global Connectivity โดยมีหัวข้อย่อย 3 หัวข้อได้แก่ THEME 1: Local Sphere THEME 2 Environmental Education and Communication Sphere และ THEME 3 Global Connectivity Sphere Sub-theme ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2562 เนื่องในโอกาสที่ไทยเป็นเจ้าภาพ จะเป็นหนึ่งในการจุดประกายให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการของผู้เข้าร่วมประชุม นักวิชาการจากทั่วโลก และปราชญ์ท้องถิ่น ตลอดจนเยาวชนในประเทศที่กำลังพัฒนาได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันกำหนดวิธีการที่จะจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการพัฒนาต่อยอดความรู้ในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมนำเสนอผลงาน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ในอัตราราคาพิเศษลด 50% สำหรับนักเรียน นักศึกษา อัตราค่าลงทะเบียน 5,000 บาท พร้อมอาหารกล่อง ส่วนครู อาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ อัตราค่าลงทะเบียน 10,000 บาท พร้อมอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ และอาหารว่าง นอกจากนี้ หากนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจที่ไม่ได้นำเสนอผลงาน แต่มีความประสงค์จะเข้าร่วมฟังการประชุม สามารถลงทะเบียนจองที่นั่งได้ในราคาเพียง 350 บาทต่อวัน หรือ 1,000 บาท สามารถเข้าร่วมงานได้ 3 วัน และพิเศษสำหรับการลงทะเบียนกลุ่มสำหรับผู้นำเสนอผลงานทุกระดับ ลงทะเบียน 5 ท่าน รับส่วนลด 50% สำหรับท่านที่ 6 และผู้ที่เข้าฟังโดยไม่ได้นำเสนอผลงานใด ๆ ลงทะเบียนแบบกลุ่มสำหรับ 5 ท่าน และท่านที่ 6 ไม่เสียค่าลงทะเบียนสมัคร ส่วนประชาชนทั่วไปที่เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการต่าง ๆ สามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อย่อยในการประชุมแต่ละวัน หรือ สอบถามอัตราค่าสมัครลงทะเบียน ติดต่อ www.facebook.com/weec2019 หรือ www.weec2019.org และ weec2019@gmail.com