กรุงเทพฯ ฟ้าใส ไร้มลพิษเพื่อความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ


สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย (FIT) ได้จัดกิจกรรม “Modern Bangkok” ภายใต้หัวข้อ “กรุงเทพฯ ฟ้าใส” เพื่อเป็นการมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพอากาศของคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืนรวมทั้งการรับมือและแก้ปัญหาฝุ่นและควันพิษอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานมีผู้เชี่วชาญมาร่วมให้ความรู้ ซึ่งได้แก่ ศ.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ รวมทั้ง รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและสุดท้าย นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ อดีตรองประธาน Shell ผู้เชี่ยวชาญด้าน Green Economy กิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นการสร้างพลังขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนและยังเป็นการให้สังคมมีส่วนสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการปฏิบัตินับจากปัจจุบันสู่เป้าหมายที่ต้องการนั้นคือ การได้รับอากาศที่บริสุทธิ์และการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิ์ภาพ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดงานโดยกล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่ภาครัฐภาคเอกชนและประชาชน ได้ร่วมระดมความคิดเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นั้นมีความรุนแรงมากขึ้นหากเราทุกคนไม่ช่วยกันหยุดหรือหาวิธีการแก้ไขอากาศบริสุทธิ์ของประเทศไทยก็อาจจะลดน้อยลง เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณสถาบันออกแบบอนาคตของประเทศไทย ที่ได้จัดกิจกรรมภายใต้หัวข้อ “กรุงเทพฯ ฟ้าใส” เป็นการแสดงถึงเจตจำนงของประชาชนในกรุงเทพฯ และประชาชนในประเทศไทยที่ต้องการอากาศที่บริสุทธิ์การใช้ชีวิตที่ปลอดจากมลพิษและเป็นการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์
ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์

ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ ผู้อำนวยการด้านโยบายสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการระดมความคิดเห็นของปัญหาที่เกิดขึ้นในมิติต่าง ๆ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้มุมมองเพื่อหาทางออกปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นเรื่องที่เป็นปัญหาที่สุดในตอนนี้คือ เรื่องของฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เกิดขึ้นเนื่องจากว่าฝุ่นละอองในบรรยากาศเป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ ๆ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นหากเราทุกคนไม่ช่วยกันปัญหาที่เกิดขึ้นณปัจจุบันจะส่งผลกระทบให้รุ่นต่อ ๆ ไปอย่างแน่นอน

“การช่วยกันลดการปลดปล่อยมลพิษทางอากาศที่ทุกคนช่วยได้เป็นการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลงและหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ อย่างทางภาครัฐก็ควรมีมาตรการที่อำนวยความสะดวกในระบบขนส่งให้กับประชาชนมากขึ้น มีการตรวจสภาพรถขนส่งสาธารณะอย่างเป็นประจำ และที่สำคัญเรื่องการหยุดการเผา เพราะว่าฝุ่น PM 2.5 กว่า 35% มาจากการเผาไหม้หากมีการหยุดการเผาไหม้ก็จะเป็นการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและเป็นการลดการเกิดฝุ่น PM 2.5

เพราะฉะนั้นทุกคนควรตระหนักถึงปัญหาที่กำลังเผชิญ และมีการหาแนวทางการแก้ไข เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดของปัญหาฝุ่น PM 2.5 เนื่องจากฝุ่นเป็นละอองขนาดเล็กนับเป็นภัยต่อการดำรงชีวิตทำให้อายุขัยของสิ่งมีชีวิตในโครโมโซมมีขนาดสั้นลง วิธีที่ลดการเกิดฝุ่นพิษ PM 2.5 นั้นคือประชาชนทุกคนต้องลดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของฝุ่น สำหรับวิธีป้องกันตนเองให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเวลาต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านและช่วยกันปลูกต้นไม้รักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนของโลก