เชลล์เปิดตัวนวัตกรรมยางมะตอย Shell Bitumen FreshAir ช่วยลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ ลดฝุ่น ลดการปล่อยก๊าซ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากฝุ่นละอองของการผสมยางมะตอยในขั้นตอนการผลิตและระหว่างการปูบนพื้นผิวถนนในการทำทางเส้นต่าง ๆ หากการก่อสร้างถนนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ยางมะตอยทั่วไปอาจส่งกลิ่น การปล่อยก๊าซต่าง ๆ และฝุ่นละอองตามมา ส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนอย่างเป็นวงกว้าง

ล่าสุด บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด พัฒนานวัตกรรมที่สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบของคุณภาพอากาศ โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Shell Bitumen FreshAir เป็นรายแรกซึ่งแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศเพื่อประโยชน์ทั้งผู้บริโภคและสังคม สามารถลดอนุภาคฝุ่นละออง PM10 เทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยของการปลูกต้นไม้ 16 ต้น หรือเทียบกับการลดไนโตรเจนออกไซด์ เท่ากับการงดใช้รถยนต์ถึง 40 คัน ต่อ 1 กิโลเมตรของการปูยางมะตอยในระหว่างการผลิตและปูผิวทาง จึงสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซต่าง ๆ และฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากการผสมยางมะตอยในขั้นตอนการผลิตและระหว่างการลาดยางเฉลี่ย 40% เมื่อเทียบกับยางมะตอยทั่วไป

ยางมะตอย Shell Bitumen FreshAir

สำหรับคุณภาพของยางมะตอย Shell Bitumen FreshAir ประกอบด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมสารเติมแต่งที่ได้รับการพัฒนาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับโลกของเชลล์ที่เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย โดยสารประกอบที่ใช้ในการยับยั้งนี้จะทำปฏิกิริยาโดยตรงกับสารประกอบซึ่งเป็นแหล่งที่มาของก๊าซต่าง ๆ ฝุ่นละออง และโมเลกุลที่ปล่อยกลิ่น โดยปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้น ณ แหล่งกำเนิดในระดับโมเลกุลจะช่วยลดก๊าซและฝุ่นละออง หรือช่วยลดการระเหยของก๊าซและฝุ่นละอองดังกล่าว ซึ่งผลิตภัณฑ์ Shell Bitumen FreshAir ได้ทำการทดสอบแล้วกับทั้งผู้ก่อสร้างถนนและผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศในสถานที่จริง ในแปลงทดสอบในประเทศฝรั่งเศส ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศไทย และ อังกฤษ

ทั้งนี้ ผลการทดสอบภาคสนาม ได้ทำการทดสอบภาคสนามครั้งแรกของเอเชียในประเทศไทย คือ บริเวณถนนเลี่ยงเมืองสระบุรีฝั่งตะวันออก ตำบลตะกุด อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ซึ่งการทดสอบดังกล่าวนี้ ปฏิบัติตามแนวทางการตรวจสอบโดยสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (EPA) และ สำนักงานสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EEA) ซึ่งเชลล์ได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยียางมะตอยเพื่อการวิจัยและทดสอบผลิตภัณฑ์ยางมะตอย ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับโลกในประเทศอินเดีย ศูนย์เทคโนโลยียางมะตอยระดับภูมิภาคในประเทศไทย ประเทศฝรั่งเศส และ ประเทศจีน ศูนย์เทคโนโลยียางมะตอย ประเทศไทย ได้ประยุกต์ใช้อุปกรณ์ทดสอบที่มีคุณภาพสูงและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนลูกค้าและภาคส่วนต่าง ๆ ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยศูนย์เทคโนโลยียางมะตอยในประเทศไทย มีความสามารถอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนการทดสอบและการประเมินผลในระดับสากลและมาตรฐานอุตสาหกรรม

ปนันท์ ประจวบเหมาะ

ปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานระดับโลก เชลล์ให้การสนับสนุนด้านพลังงาน โดยเน้นกลยุทธ์ด้านพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพ และดีต่อสิ่งแวดล้อม ให้กับผู้ขับขี่ ลูกค้าพันธมิตรของเชลล์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการร่วมมือพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจ 4.0 ซึ่งมีความท้าทายด้านพลังงานและความต้องการด้านพลังงานที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมยางมะตอย Shell Bitumen FreshAir เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นย้ำแนวทางในการดำเนินธุรกิจของเชลล์ และเป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมกับการใช้งานด้านก่อสร้างถนน รองรับการเติบโตของเมือง และมีส่วนช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศได้อีกทางหนึ่ง”

ธเนศร์ รัชตะปีติ

ขณะที่ ธเนศร์ รัชตะปีติ ผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจยางมะตอย ภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โครงสร้างพื้นฐานถนนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในปัจจุบัน และกิจกรรมของอุตสาหกรรมต่าง ๆ เองก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศด้วย เชลล์มีความเข้าใจถึงความต้องการของอุตสาหกรรมการก่อสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง จึงสนับสนุนให้มีความร่วมมือกันในการพัฒนาแนวทางการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาเติบโตของเมือง กลุ่มธุรกิจยางมะตอยเชลล์เชื่อมั่นว่า Shell Bitumen FreshAir นี้จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของภาครัฐ อาทิ กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชนกลุ่มธุรกิจการก่อสร้างต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี”

กมลพัทธ์ พหลโยธิน

ทางด้าน กมลพัทธ์ พหลโยธิน ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจยางมะตอย ไทย ลาว กัมพูชา และพม่า กล่าวว่า “Shell Bitumen FreshAir ประกอบด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมสารเติมแต่งที่ได้รับการพัฒนาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับโลก โดยการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การศึกษาทดสอบยางมะตอยหลากหลายเกรดจากหลากหลายภูมิภาคกว่า 20 ตัวอย่างภายในห้องปฏิบัติการของทีมวิจัยและพัฒนาระดับโลกของเชลล์ เพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์คุณภาพ โดยการทดลองในห้องปฏิบัติการนั้นได้จำลองการประยุกต์การใช้งานยางมะตอยตั้งแต่กระบวนการการจัดเก็บยางมะตอย การขนส่ง การผสมยางมะตอย และการบดทับ ไปจนถึงช่วงเริ่มต้นของการใช้งานถนน เพื่อตรวจสอบผลกระทบของยางมะตอย Shell Bitumen FreshAir ต่อคุณภาพอากาศในสภาวะที่แตกต่างกัน”

อย่างไรก็ตาม บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทยฯ ถือเป็นผู้ผลิตยางมะตอยรายแรกที่พัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศเพื่อประโยชน์ทั้งผู้บริโภคและสังคม อีกทั้งมีโรงงานผลิตยางมะตอยแห่งแรก ได้พัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบอุตสาหกรรมธุรกิจยางมะตอยสำหรับการสร้างท้องถนนอัจฉริยะแห่งอนาคต และได้ถูกนำไปใช้ปูพื้นถนนหลากหลายแห่งทั่วโลก ตั้งแต่ถนนเส้นใหญ่ในเมืองหลวง ทางหลวงเส้นสำคัญ รันเวย์สนามบินทั่วโลก และพื้นผิวถนนของสนามแข่งรถระดับโลก ขณะที่ในประเทศธุรกิจยางมะตอยของเชลล์ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 90 ปี และปัจจุบันได้พัฒนาโซลูชั่นที่ได้รับการออกแบบให้พร้อมใช้ Shell Bitumen FreshAir กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สามารช่วยลดผลกระทบของคุณภาพอากาศและนำมาซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น