ความก้าวหน้าการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ยกระดับให้เป็นฮับด้านไฟฟ้าอาเซียน


แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะ 20 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2558-2579 โดยแบ่งเป็นแผนระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนระยะสั้น พ.ศ. 2560-2564 จะเป็นช่วงของการค้นคว้าทดลองทำโครงการต่างๆ ซึ่งต้องพัฒนาไปพร้อมกับการสร้างองค์ความรู้ภาคประชาชน ส่วนระยะปานกลาง พ.ศ. 2565-2574 เป็นช่วงที่นำสิ่งที่วิจัยทดลองในระยะสั้นส่งไปสู่ประชาชน และระยะยาว พ.ศ. 2575-2579 เป็นความพร้อมปฏิบัติได้จริง ซึ่งหน่วยงานที่ขับเคลื่อน คือ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน

แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. นำโดย วัชระ กรรณิการ์ โฆษก กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย อนิรุทธิ์ ธนกรมนตรี โฆษก สนพ. และในฐานะผู้อำนวยการ กองนโยบายปิโตรเลียม สนพ. และ ดร.ดวงตา ทองสกุล ผู้ช่วยโฆษก สนพ. ได้สรุป ความก้าวหน้าของแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะสั้น 4 ปี (พ.ศ. 2560-2564) เป็นระยะที่ 2 ซึ่งการพัฒนาโครงการต่างๆ โดย 3 การไฟฟ้า ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งมีความคืบหน้า ดังนี้

1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เตรียมการด้านบทบาท รักษาความมั่นคงในระบบไฟฟ้าให้สามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนในอนาคต โดย ปรับปรุงโรงไฟฟ้าและระบบส่งให้มีความทันสมัยมากขึ้น (Grid Moderization) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน Big Data รวมถึงโรงไฟฟ้าที่มีความ ยืดหยุ่นมากขึ้น และจัดทำแผนพัฒนา Grid Connectivity เพื่อเสริมสร้างความ แข็งแกร่งให้กับระบบส่ง รองรับการส่งถ่ายไฟฟ้าในภูมิภาค มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางไฟฟ้า ของอาเซียน เตรียมพร้อมการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิล ไปเป็นพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบไฮบริด สุดท้ายนำไปสู่เรื่องโรงไฟฟ้าชุมชน สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดย กฟผ.ได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงาน EGAT Energy Excellence Center ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน จุดเริ่มต้นแห่งการเกิด สมาร์ทกริด จะเป็นพื้นที่ที่ใช้พลังงานเลี้ยงตัวเองได้ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ มีระบบ กักเก็บพลังงาน ให้ความรู้เรื่องระบบไฮโดรเจน พลังงานขยะ เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อให้ศูนย์ฯ ไม่ต้องใช้ไฟจากกริด และเพื่อให้เกิดสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน

2. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มีความคืบหน้า โครงการนำร่องระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคารที่ทำการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบสมาร์ทกริด ซึ่งแล้วเสร็จเรียบร้อย โครงการนำร่องการตอบสนองด้านโหลดและกลไกราคา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (DR : LAMS) เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีส่วนร่วม ต่อการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า คาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในปี 2565 ส่วนโครงการนำร่องระบบไมโครกริดของ กฟน. เพื่อศึกษาระบบไมโครกริดและเป็นอาคารตัวอย่างในการเรียนรู้ระบบ Facility Microgrid ของ กฟน. เป็นการรองรับระบบไมโครกริดและการขยายตัวของพลังงานทางเลือกในเขตพื้นที่บริการ บริหารจัดการ และควบคุมไมโครกริดในเขตพื้นที่บริการได้แบบ Real-time ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 นอกจากนี้ยังมีโครงการนำร่อง อื่นๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น Smart Metro Grid Project เพื่อใช้งานเทคโนโลยีระบบสมาร์ทมิเตอร์ก่อนใช้ทั่วพื้นที่ กฟน. เป็นต้น

3. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เริ่มดำเนินการโครงการนำร่องด้านการ ตอบสนองโหลดและระบบบริหารจัดการพลังงาน อาทิ โครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมีการเปลี่ยนมิเตอร์เก่าให้เป็นสมาร์ทมิเตอร์ทั้งหมดเป็นตัวเลข 116,308 เครื่อง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ สำหรับ โครงการด้านระบบไมโครกริดและระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งได้มีการทำโครงการในพื้นที่ที่ห่างไกลจากสายส่งและมีปัจจัยเรื่องความปลอดภัยอย่างพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และพื้นที่ในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย กฟภ.ได้ร่วมกับ กฟผ. ทำโครงการนำร่องระบบไมโครกริด โดยสร้างระบบไฟฟ้าที่แยกอิสระไม่ต้องพึ่งสายส่งหลัก และมีระบบกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในพื้นที่ตนเอง ส่วน โครงการวิจัย EV Station ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการทดลองใช้งาน ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้ในการบริหารจัดการการชาร์จ โดยมีสถานีทั้งหมด 11 แห่ง เช่น อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานประมาณเดือนเมษายน 2563 นี้ และ โครงการวิจัย Power Pack คือการศึกษาระบบกักเก็บพลังงานที่จะติดตั้งในบ้าน หากในอนาคตผู้ผลิตมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ทั้งนี้ในงาน วิจัยได้จัดทำต้นแบบระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ขนาด 5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งก็เป็น อีกทางเลือกที่จะนำไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่ห่างไกลในพื้นที่ที่มีการติดตั้งโซลาร์อยู่แล้ว และอาจจะเป็นธุรกิจใหม่ของ กฟภ.ในการให้บริการกับผู้ใช้ไฟฟ้าในอนาคต

สรุป ความก้าวหน้าของแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะสั้น 4 ปี (พ.ศ. 2560-2564)

ทั้งนี้ แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด มีเป้าหมาย คือ ยกระดับ ความสามารถของระบบไฟฟ้า (Smart System) ทำให้ระบบไฟฟ้ามั่นคงและมีประสิทธิภาพ ลดความต้องการโรงไฟฟ้าสำรอง จำนวนการเกิดไฟฟ้าดับ และการสูญเสียจากการ ส่งและจำหน่ายไฟฟ้า รวมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพบริการที่มีต่อผู้ใช้ไฟฟ้า (Smart Life) ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดเข้ามาช่วยบริหารจัดการความต้องการใช้พลังงานในรูปแบบ Smart Appliances, EV, EMS/DR/DSM, Smart Billing และการยกระดับโครงสร้างระบบไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Society) ส่งเสริมให้มีการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น โดยที่ระบบไฟฟ้า ยังสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิมหรือมากขึ้น สร้างสังคมสีเขียวและ คาร์บอนต่ำ พัฒนาระบบไมโครกริด เพื่อการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนในชุมชน


Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 98 มีนาคม-เมษายน 2563 คอลัมน์ ENERGY Saving โดย กองบรรณาธิการ