“บ้านปู เน็กซ์” จับมือ “ภูเก็ต พัชทรี ทัวร์” นำเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวสีเขียวภูเก็ต-พังงา คาด 1 ปีประหยัดน้ำมัน 53 ล้านลิตร


จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศทางทะเลได้พักและฟื้นฟูกลับมาดังเดิม ส่งผลให้ในวันนี้ท้องทะเลสวยงาม น้ำทะเลใส หาดทรายขาวสะอาด ฝูงปลาแหวกว่ายเต็มท้องทะเล ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวกลับไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของท้องทะเลไทยอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ บ้านปู เน็กซ์”จึงร่วมกับ “ภูเก็ต พัชทรี ทัวร์” นำเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย หรือที่เรียกว่า ‘บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่’ (Banpu NEXT e-Ferry)” มาให้บริการนักท่องเที่ยวในภูเก็ตเป็นแห่งแรก ในเส้นทางภูเก็ต-พังงา ให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการล่องเรือพลังงานสะอาด ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีคราบน้ำมัน และไม่มีมลพิษทางอากาศ ที่สำคัญปลอดภัย ด้วยการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) ที่จะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน

“นพมัลลี” เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย ‘บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่’ (Banpu NEXT e-Ferry)

สมฤดี ชัยมงคล

เปิดตัวเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย ชูจุดเด่นปลอดภัยสูง -ประหยัดพลังงาน

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter บ้านปู เน็กซ์ บริษัทในเครือของกลุ่มบ้านปูฯ ในฐานะผู้ให้บริการพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงได้พัฒนา “บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่ (Banpu NEXT e-Ferry)” เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย ตัวเรือยาวถึง 20 เมตร มีห้องผู้โดยสารกว้างขวาง มีทั้งหมด 74 ที่นั่ง รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 90 คน เรือลำนี้มีสองลำเรือ ใต้ท้องเรือโปร่ง สามารถรักษาความสมดุลของเรือให้มีความคล่องตัวและนิ่ง มีความเสถียรบนคลื่นน้ำ สามารถขับเคลื่อนด้วยความเร็วเดินทางประมาณ 15 นอต (knots) คิดเป็นระยะทาง 30 กม./ชม. ซึ่งมีจุดเด่นที่ 1.มีความปลอดภัยสูง ไม่จม เนื่องจากติดตั้งแบตเตอรี่ไว้กลางลำเรือ เพื่อลดการสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ต่างๆ ตัวเรือใช้วัสดุหลักเป็นอะลูมิเนียมในการผลิตเรือ แข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิมช่วยลดการซ่อมแซม และการเปลี่ยนอะไหล่บ่อย ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ระบบบริหารงานคุณภาพในการผลิตเรือทุกขั้นตอน (Quality Management System) และ2. ประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม ไม่มีคราบน้ำมัน ไม่มีเสียงรบกวน และไม่มีมลพิษทางอากาศ” ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LiB) ขนาด 625 กิโลวัตต์ชั่วโมง รวมถึงมีระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System) ทำให้สามารถควบคุมการผลิต ส่งจ่าย และนำพลังงานมาใช้บนเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพตลอดการเดินทาง ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ 20-30% และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา 30% นอกจากนี้ยังใช้แพลตฟอร์ม IoT (Internet of Things) เพื่อเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวเป็น Smart Analysis อีกด้วย

เรือท่องเที่ยวไฟฟ้า บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่

บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือ 3 ฝ่าย

สำหรับ บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่ ที่บ้านปู เน็กซ์ผลิตให้พัชทรี ทัวร์ เป็นความร่วมมือของพาร์ทเนอร์ 3 ฝ่าย ได้แก่ บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด ทำหน้าที่พัฒนาเครื่องยนต์ ส่วน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ช่วยออกแบบเรือ ขณะที่บ้านปู เน็กซ์ผลิตแบตเตอรี่ขนาด 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ซึ่งมีขนาดใหญ่มากรองรับ โดยบ้านปู บริษัทแม่ได้ร่วมกับ บริษัท Dura Power Holdings จำกัด ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิต และติดตั้งระบบแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงานแบบลิเทียมไอออน เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนมาตรฐานโลก ในประเทศจีน สามารถรองรับการผลิตแบตเตอรี่ขนาด 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) โดย Dura Power Holdings ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจากไต้หวันมาช่วยติดตั้งแบตเตอรี่ พร้อมท่าเรือที่ติดตั้ง Charge Station และอู่ซ่อมเรือ

ในส่วนของราคาเรือไฟฟ้าทางทะเลอยู่ที่ 35 ล้านบาท เทียบกับเรือทั่วไปราคา 20 ล้านบาท อายุการใช้งานเรือ 20 ปี ส่วนแบตเตอรี่มีอายุการใช้งาน 10 ปี ขณะนี้บ้านปู เน็กซ์มีออเดอร์เรือไฟฟ้าแล้ว 27 ลำ โดยที่บ้านปู เน็กซ์มีกำลังการผลิตเรือไฟฟ้า 30 ลำ/ปี

จับมือภูเก็ต พัชทรี ทัวร์ มุ่งสร้าง Smart Tourism ในภูเก็ตรับ Smart City

การที่บ้านปู เน็กซ์ได้ร่วมกับภูเก็ต พัชทรี ทัวร์ ผู้ให้บริการเดินเรือรายใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตนำเรือลำนี้มาให้บริการในการเที่ยวทะเลภูเก็ตเป็นแห่งแรกในไทย เนื่องจากภูเก็ต เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก อีกทั้งภูเก็ตเป็น Smart City ซึ่งมี City Development นอกจากการเดินทางโดยรถแล้วยังมีการเดินทางโดยเรือ บ้านปู เน็กซ์ต้องการผลิตโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้พัฒนาเรือท่องเที่ยวทางทะเลในทุกท่าเรือ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจท่าเรือ เพื่อก้าวสู่ Smart Tourism

Smart Tourism การท่องเที่ยวมิติใหม่

“เราจึงอยากสร้างการท่องเที่ยวมิติใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติที่เริ่มทยอยกลับมาเที่ยวภูเก็ตอีกครั้ง หลังจากการเปิดประเทศตามแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวของรัฐบาล ดังนั้นการนำเรือท่องเที่ยวไฟฟ้ามาให้บริการจะเป็นการยกระดับการบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืน และผลักดันการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และชุมชนในระยะยาว” สมฤดี กล่าว

เรือท่องเที่ยวไฟฟ้า

ไชยา ระพือพล

เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง 70% สร้างโอกาสธุรกิจ และบริการให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น

ไชยา ระพือพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเก็ต พัชทรี ทัวร์ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอันดามัน ซึ่งดำเนินธุรกิจเดินเรือในอ่างพังงา จังหวัดภูเก็ตมากว่า 25 ปีกล่าวว่า แม้สถานการณ์ COVID-19 จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมาก กล่าวคือ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเยือนภูเก็ต 8,000 คน/วัน จากเดิมที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว 40,000 -45,000 วัน ท่าเรือมีนักท่องเที่ยว 8,000 คน ตอนนี้เหลือเพียง 8 คน แต่สิ่งที่บริษัทฯ เล็งเห็น คือ โอกาสในการเตรียมธุรกิจ และบริการของเราให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการแสดงจุดยืนของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันการท่องเที่ยวสีเขียวควบคู่ไปกับการมอบบริการที่มีคุณภาพ ซึ่งขณะนี้ธรรมชาติ และสัตว์ทะเลฟื้นฟูดีขึ้นมาก การท่องเที่ยวสีเขียวจะช่วยรักษาระบบนิเวศทางทะเล และความสวยงามของธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

ที่สำคัญ การนำเรือท่องเที่ยวไฟฟ้ามาให้บริการ ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง 70% เดิมทีเรือน้ำมันดีเซลจะมีต้นทุนอยู่ที่ 10,000 บาท ต่อเที่ยว แต่สำหรับเรือไฟฟ้าจะมีต้นทุนด้านพลังงานเหลือเพียง 2,500 บาทต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา รวมถึงช่วยปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนเที่ยวแบบรักษ์โลก ตลอดจนช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และชุมชนไปพร้อมกัน

“บริษัท เจิ้ลไท่ จำกัด ประเทศจีนมองว่าถ้าธุรกิจเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าไปได้ดี จะนำไปวิ่งที่เกาะพีพี ซึ่งเป็นบริษัทจีนรายแรก จะช่วยขยายตลาดไปต่างประเทศได้ อีก 4-5 ปีข้างหน้า เทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมจะมา รถไฟฟ้า (EV Car) จะเปิด การสร้าง Smart Pier และ Smart Boat เป็นการเตรียมความพร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้น” ไชยา กล่าว

บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่ลำแรกของไทย

บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่ลำแรกของไทยพร้อมให้บริการในเส้นทางเกาะเจมส์ บอนด์

สำหรับบ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่ลำแรกของไทยชื่อ “นพมัลลี” พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวในเส้นทางเกาะเจมส์ บอนด์ เริ่มจากท่าเทียบเรืออ่าวปอไปยังอ่าวพังงา ซึ่งประกอบด้วย เกาะพนัก เกาะห้อง เขาตะปู (เกาะเจมส์ บอนด์) และเขาพิงกัน ใช้เวลาล่องไป-กลับราว 3 ชั่วโมง เจาะกลุ่มตลาดระดับพรีเมียม มีการจัดตั้งบริษัท ภูเก็ตพัชทรี พรีเมียมทัวร์ จำกัด เพื่อดูแลธุรกิจนี้โดยเฉพาะ หากสถานการณ์ COVID -19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดี คาดว่าในปีหน้าจะเปิดอีกเส้นทางที่เกาะพีพี จ.ภูเก็ต

เผยอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาเที่ยวได้ทั้งปี ชมความโดดเด่นของภูเก็ต

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีพื้นที่ 400 ตารางกิโลเมตร หรือ 250,000 ไร่ นับเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย มีเกาะทั้งหมด 42 เกาะ พื้นเป็นโคลนรอบล้อมด้วยป่าโกงกาง เหมาะสำหรับล่องเรือ และพายเรือไปตามจุดต่างๆ

เอกรัตน์ แซ่หนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ภูเก็ต โลเคิล จำกัด ในฐานะไกด์ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ตที่มีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ 1.แร่ดีบุก ซึ่งรุ่งเรืองมากในอดีต จะเห็นได้จากตึกชิโนโปรตุกีส ย่านเมืองเก่าของภูเก็ต 2. ยางพารา และ3.การท่องเที่ยว เริ่มในปีพ.ศ.2513 จากนักท่องเที่ยวฝรั่งชาวต่างชาติที่เป็น Back Packer ที่หาดป่าตอง จากนั้นการท่องเที่ยวในจังหวัดก็บูมและเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้จนกระทั่งเกิดสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้การท่องเที่ยวเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของจังหวัดภูเก็ตเท่ากับศูนย์ จะมีเพียงนักท่องเที่ยวชาวไทยบ้าง แต่ยังค่อนข้างบางตา อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้นับเป็นโอกาสดีของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะได้ใช้เสียค่าใช้จ่ายที่พัก โรงแรมในราคาถูกลงกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะค่าเช่าเรือยอร์ชที่ลดลงเหลือเพียงลำละ 1 หมื่นบาท จากช่วงสถานการณ์ COVID-19 สูงถึงลำละ 5 หมื่นบาท

ชนิต สุวรรณพรินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจยานพาหนะไฟฟ้า บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า บ้านปู เน็กซ์มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Energy Power เนื่องจากจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ร่วมกับบริษัท Dura Power Holdings ส่วนเรือไฟฟ้าทางทะเล บริษัทฯ จะมีบริการให้เช่า เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการ นอกจากเรือไฟฟ้า ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า บ้านปู เน็กซ์ จับมือ HAUPCAR ให้บริการเช่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า FOMM ผ่านแอปพลิเคชัน มีสถานที่รับและคืนรถ 200 จุดทั่วกทม. ทั้งนี้สามารถเรียกรับรถจุดหนึ่ง และคืนรถอีกจุดหนึ่งตามจุดบริการที่มี ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะนำบริการเช่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า FOMM มาให้บริการในจังหวัดภูเก็ต เพื่อก้าวสู่ Smarty City

“ปัจจุบันมีเรือท่องเที่ยวทางทะเลประมาณ 3,000 ลำ โดยกว่า 2,000 ลำให้บริการอยู่ในแถบทะเลอันดามัน และอ่าวไทยใน 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี หากเปลี่ยนมาเป็นเรือไฟฟ้ารูปแบบเดียวกับบ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่ และนำมาให้บริการเป็นเวลา 1 ปี จะช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้กว่า 53 ล้านลิตร และลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้ถึง 1.4 แสนตัน หรือเทียบเท่ากับปลูกต้นไม้ 17 ล้านต้น จึงอยากให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เรือท่องเที่ยวไฟฟ้ากันมากขึ้น และขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกคน มาสัมผัสการท่องเที่ยวสีเขียวของภูเก็ต ในอนาคตเราเตรียมแผนจะพัฒนา Smart Mobility Town ที่ท่าเรืออ่าวปอ โดยจะนำเรือไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงโซลูชันด้านพลังงานสะอาดอื่นๆ มาเติมเต็มการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourismให้ครบวงจรยิ่งขึ้น” สมฤดี กล่าวทิ้งท้าย

สนใจร่วมสัมผัสการเดินทางด้วยเรือท่องเที่ยวพลังงานสะอาด บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 076-263-558 เว็บไซต์ www.phuketpatritourgroup.com หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ Phuket Patri Tour https://www.facebook.com/PhuketPatriTourCompany