งูสวัดเป็นโรคที่คนไทยรู้จักมาตั้งแต่โบราณแล้ว รวมถึงการรักษาแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมถึงการแพทย์แผนไทย จะรู้จักดีในเรื่องราวของโรคงูสวัด ปัจจุบันยังเป็นโรคที่เกิดขึ้นมากมายและบ่อยในสังคมไทย ควรจะเรียนรู้และระมัดระวัง ป้องกัน รวมถึงการรักษาที่ดีด้วย
งูสวัดเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสงูสวัด มีชื่อทางการแพทย์ว่า “Herpes zoster virus” มีอันตรายและเกิดการติดเชื้อในร่างกายทั้งชายและหญิง และเป็นได้ทุกวัย
สาเหตุ การติดเชื้อ เชื้อไวรัสชนิดนี้มากับอาหารและน้ำดื่ม และมักก่ออาการผิดปกติกับบุคคลที่มีร่างกายอ่อนแอ เช่น บุคคลที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาดและมีชุมชนที่แออัดเกินไป อากาศไม่บริสุทธิ์ดีพอ อาหารรวมถึงน้ำดื่มไม่สะอาดดีพอ รวมถึงคุณค่าทางอาหารไม่ครบบริบูรณ์ ขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การพักผ่อนไม่ดีพอ รวมถึงอารมณ์ที่ต้องเคร่งเครียด กังวลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกินไป มีภาวะเครียดกับปัญหาในชีวิตปัจจุบัน และระบบขับถ่ายไม่ดี ท้องผูกเป็นประจำ สามารถทำให้ภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ มีโอกาสรับเชื้องูสวัดไวรัสได้และก่อให้เกิดอาการผิดปกติ
อาการแสดง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว รวมถึงมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ทานอาหารได้น้อย นอนไม่หลับ และอาจมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง แขนขา ลำตัวหรือใบหน้า และพัฒนาเป็นตุ่มใส ๆ ขึ้นบริเวณร่างกายดังกล่าวข้างต้น อาจมีอาการคันหรือปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วย และขึ้นเป็นแนวไปตามแนวเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณนั้น และปูดนูนขึ้น ปัจจุบันพบบ่อยคือบริเวณใบหน้า แขน-ขา หัวไหล่ ลำตัว หลัง ชายโครง เป็นต้น
การรักษาและการป้องกัน ผู้ป่วยมักพบว่า พยายามดูแลรักษาเองไม่หายจึงพบแพทย์ แพทย์ดูความผิดปกติของผิวหนังหรือเจาะเลือด วินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคงูสวัด มักรักษาด้วยยาฉีดและยารับประทาน หากเป็นรุนแรง ในระดับปานกลาง อาจให้ยารับประทานและยาทาผิวหนัง ผู้ป่วยต้องรักษาด้วยยาอย่างเคร่งครัดและดูแลปฏิบัติตัวให้แข็งแรง เพื่อลดสาเหตุการเกิดโรคและฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว ปัจจุบันมีวัคซีนฉีดป้องกันโรคงูสวัดตามโรงพบาบาลทั่วไปแล้ว หลังฉีดวัคซีนมีส่วนป้องกันและคุ้มกันโรคไปได้ 10 ปีต่อการฉีดวัคซีน 1 ครั้ง
ที่มา: หมอโฆษิต