กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 18 มิถุนายน 2569 : แวนทีฟ ประเทศไทย ผู้นำนวัตกรรมระดับโลกในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนานกว่า 70 ปี ประกาศความร่วมมือกับศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Scrap Shop ร้านรักษ์โลก ผ่านการร่วมมือทางวิชาการ ในการพัฒนาโครงการนำถุงน้ำยาล้างไตใช้แล้วกลับมาเพิ่มมูลค่าด้วยแนวคิด Upcycling หรือการเพิ่มคุณค่าให้วัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้ว
การร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่หลากหลาย เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับถุงน้ำยาล้างไตที่ใช้แล้ว และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนตามหลักสากล

และ เภสัชกรกฤษฎา กิรสมุทรานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัท แวนทีฟ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด
การล้างไตถือเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย โดยประเทศไทยติด 1 ใน 5 ประเทศที่มีอัตราผู้ป่วยโรคไตสูงที่สุดในโลก ขณะที่ทางเลือกการรักษาด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน ช่วยให้ผู้ป่วยมีอิสระในการใช้ชีวิต ลดภาระด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวยังต้องอาศัยการใช้ถุงน้ำยาล้างไตแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งก่อให้เกิดวัสดุใช้แล้วที่จำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งในแต่ละปีมีการประเมินว่ามีขยะที่เกิดจากถุงน้ำยาล้างไตสูงกว่า 4,000 ตันต่อปี โครงการนี้จึงมีเป้าหมายที่จะช่วยลดปริมาณขยะ พร้อมสร้างมูลค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง
คุณพอล อุทัยชลานนท์ ผู้จัดการใหญ่ แวนทีฟ ประจำประเทศมาเลเซีย ไทย และ เวียดนาม กล่าวว่า ที่แวนทีฟ เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพและการดูแลสิ่งแวดล้อมควรดำเนินไปควบคู่กัน ความยั่งยืนจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่เรายึดถือในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงในประเทศไทย แต่ในทุกประเทศที่เราเข้าไปดำเนินงาน โดยที่ผ่านมา แวนทีฟ มาเลเซีย ได้รับการยอมรับด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านรางวัล Asian Experience Award 2025 และ Green Pharma Innovation Award จากโครงการรีไซเคิลถุงน้ำยาล้างไต ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้ป่วย สังคม และสิ่งแวดล้อม
ทางด้าน เภสัชกรกฤษฎา กิรสมุทรานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัท แวนทีฟ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นมากกว่าการจัดการขยะทางการแพทย์ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่ก่อให้เกิดคุณค่าในหลายด้าน ทั้งการลดปริมาณขยะพลาสติก การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ป่วยและคนในชุมชน เราเชื่อว่าการนำทรัพยากรที่มีอยู่กลับมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
ดึงอินไซด์สถาปัตย์ มก. พลิกโฉมพลาสติกเกรดสูงสู่แบรนด์กรีน Scrap Shop

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านการทำงานร่วมกับ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทีมวิจัย ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดในการนำถุงน้ำยาล้างไตที่ใช้แล้ว ซึ่งเป็นพลาสติกคุณภาพสูงมีความแข็งแรง ทนทาน มีผิวสัมผัสนุ่มนวล มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ภายใต้แบรนด์ Scrap Shop เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัสดุ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนไปพร้อมกัน
รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต กล่าวว่า การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงการลดขยะ แต่คือการมองเห็นศักยภาพใหม่ในวัสดุที่ถูกมองข้าม ซึ่งถุงน้ำยาล้างไตเป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงและมีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการนำกลับมาใช้ประโยชน์ การ Upcycle จึงช่วยเปลี่ยนถุงน้ำยาล้างไตใช้แล้วให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า โดยใช้พลังงานในกระบวนการน้อย พร้อมทั้งช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมไปพร้อม ๆ กัน
กางแผนเดินหน้าอัดฉีดรายได้สู่ชุมชน จ้างงานเตรียมวัสดุและเปิดพอร์ตรับซื้อถุงน้ำยา
นอกเหนือจากการลดปริมาณขยะพลาสติกทางการแพทย์แล้ว โครงการนี้ยังมีแผนการดำเนินงานระยะยาวที่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มผู้ป่วยโรคไตและคนในชุมชน ผ่านกลไกการเปิดพอร์ตรับซื้อถุงน้ำยาล้างไตที่ใช้งานเรียบร้อยแล้วเข้าสู่กระบวนการผลิต ตลอดจนเกิดการจ้างงานภายในชุมชนเพื่อทำหน้าที่เตรียมวัสดุและล้างทำความสะอาดสำหรับการแปรรูป ก่อนจะนำไปส่งต่อให้ดีไซเนอร์พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกรูปแบบต่าง ๆ ออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์
แวนทีฟ ในฐานะผู้สนับสนุนแนวคิดด้านความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งเป้าหมายร่วมกันในการขยายความร่วมมือดังกล่าวในอนาคต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรวบรวมและนำถุงน้ำยาล้างไตจากแวนทีฟที่ใช้แล้วกลับมาสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะทางการแพทย์ และสนับสนุนการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนฐานรากผ่านการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสังคมและความยั่งยืนในระยะยาวต่อไปในปี 2569 นี้