คุณปัญญา โตกทอง ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม หรือในฐานะผู้นำชุมชนด้านระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม รุกแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากกรณีปัญหาปลาหมอคางดำ ซึ่งกลายเป็นภัยเงียบที่กำลังกัดกิน “ห้องอนุบาลธรรมชาติ” ของท้องทะเลไทย โดยเฉพาะสัตว์น้ำวัยอ่อนและสัตว์น้ำโตเต็มวัย รวมทั้ง ลูกกุ้ง ลูกหอย ลูกปู ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ห่วงโซ่อาหารทั้งหมดของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบตามไปด้วย เป็นปัญหาทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง เพราะหากไม่ได้รับการแก้ไขจัดการ วันหนึ่งห้องอนุบาลธรรมชาติของท้องทะเล ถูกทำลายจนไม่สามารถผลิตสัตว์น้ำรุ่นใหม่ได้อีก ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อชาวประมงหรือชุมชนชายฝั่งและส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางท้องทะเลไทยทั้งระบบ

คุณปัญญา โตกทอง กล่าวว่า “ตามธรรมชาติเมื่อสัตว์น้ำทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู และปลา เจริญเติบโตจนเข้าสู่วัยสืบพันธุ์ พวกมันจะว่ายออกไปยังทะเลลึกเพื่อผสมพันธุ์และวางไข่ สืบทอดชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น หลังจากไข่ฟักเป็นตัวอ่อน ลูกสัตว์น้ำเหล่านี้จะลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ ก่อนถูกกระแสลม กระแสน้ำ และคลื่นทะเลพัดพาเข้าสู่บริเวณชายฝั่ง ปากแม่น้ำ คลองน้ำกร่อย และป่าชายเลน พื้นที่เหล่านี้เปรียบเสมือน ห้องอนุบาลธรรมชาติ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นมดลูกของท้องทะเล เพราะเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารและที่หลบภัยจากผู้ล่า ช่วยให้ลูกสัตว์น้ำวัยอ่อนสามารถเจริญเติบโต สะสมพลังงาน และเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ก่อนที่จะว่ายกลับออกไปใช้ชีวิตในทะเลเปิดเมื่อเติบโตเต็มวัย นี่คือวัฏจักรแห่งชีวิตที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายล้านปี เป็นกลไกสำคัญที่คอยหล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลไทยและสิ่งแวดล้อมป่าชายเลน แต่ในปัจจุบัน วัฏจักรดังกล่าวกำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในพื้นที่ปากแม่น้ำ คลองชายฝั่ง และป่าชายเลนจำนวนมาก เป็นความเสียหายที่กัดกินอนาคตของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างเงียบ ๆ จึงร่วมกับชุมชนในพื้นที่และอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศน์ ซึ่งเป็นรากฐานของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทยทั้งหมดครับ”

ทั้งนี้ ฝูงปลาหมอคางดำจำนวนมหาศาล ได้จับกินลูกสัตว์น้ำวัยอ่อนจำนวนมากทันทีที่เข้ามาถึงพื้นที่ชายฝั่ง บางส่วนถูกแย่งอาหารจนไม่สามารถเติบโตได้ บางส่วนอ่อนแอและตายในที่สุด ขณะเดียวกัน ปลาหมอคางดำ ยังมีศักยภาพในการขยายพันธุ์สูงมาก สามารถวางไข่และออกลูกได้ถี่ประมาณทุก 22 วัน ทำให้จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากสัตว์น้ำท้องถิ่นจำนวนมากที่มีรอบการสืบพันธุ์ยาวนานกว่าและต้องอาศัยฤดูกาลตามธรรมชาติ กระจุกตัวอยู่บริเวณปากแม่น้ำ คลองน้ำกร่อย และชายฝั่ง ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ลูกสัตว์น้ำทะเลต้องเข้ามาอนุบาลและเติบโต กลายเป็นปัญหาทางระบบนิเวศน์ที่ทำให้สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิดลดลง เพราะถูกตัดวงจรชีวิตตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งได้ทำลายอย่างต่อเนื่อง เป็นห่วงโซ่อาหารทั้งหมดของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย



